กฎ 9 ข้อสำหรับมือใหม่ หากคิดจะลงทุนกับนาฬิกาหรู

คุณรู้ไหมว่า บางครั้ง ความชื่นชอบหรือความสนใจในบางอย่างของคุณ อาจกลายเป็นปัจจัยนำไปสู่การลงทุนได้เหมือนกัน อย่างนาฬิกาที่คุณซื้อหรือสะสมด้วยความนิยมชมชอบ ใช้สอยมันอย่างทะนุถนอม วันหนึ่งมันอาจกลายเป็น ‘ของเก่า’ สำหรับคุณ แต่กลับมีค่า มีราคาในสายตาของใครอื่น เมื่อนั้นมันจะทำให้คุณรู้สึกคุ้มค่ากับการซื้อมาใช้ประโยชน์ แถมได้กำไรจากขายต่อ

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

ปัจจุบันบรรดานักธุรกิจเริ่มหันมาสนใจนาฬิกามากขึ้น นอกเหนือจากศิลปวัตถุ พวกเขาไม่ได้ซื้อเพียงเพราะความชอบอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ยังคำนึงถึงว่า การเลือกซื้อนาฬิกา ‘ที่ใช่’ เป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลด้วย สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ กำลังจะเริ่มหรือสนใจอยากเข้าวงการนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลเสียก่อน อาจเพราะมูลค่าของนาฬิกาแต่เรือนนั้นค่อนข้างสูง บางยี่ห้อหรือบางรุ่นอาจไล่เลี่ยกับราคารถหรูหรือคอนโดฯ สักหลัง

Crazy Dial รวมรวมคำแนะนำต่างๆ ตั้งแต่ระดับเบสิกไปจนถึงกฎเหล็ก จากข้อมูลของ Collector รวมถึง Watch Expert และกูรูชื่อดัง เผื่อเป็นไอเดียสำหรับมือใหม่ในการเริ่มต้นเลือกซื้อนาฬิกาเพื่อการลงทุน

มาดูกันครับว่า สิ่งที่คุณควรรับรู้มีอะไรบ้าง?

  1. ลงทุนกับนาฬิกาที่คุณสนใจมากที่สุด การทำสิ่งที่เราชอบนั้นสำคัญที่สุด ดังนั้นคุณควรเลือกแบรนด์ ที่คุณชอบหรือหลงใหลที่สุดในการเริ่มต้น เพราะหากคุณทำด้วยใจรักและความชอบ คุณจะสามารถเรียนรู้และเริ่มหาข้อมูลในการลงทุนกับนาฬิกาแบรนด์นั้นๆ ด้วยความกระตือรือร้น เชื่อได้เลยว่า ผลตอบแทนจะต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน
  2. สนใจ-ใส่ใจ-ลงทุน คือกฎเหล็ก 3 ข้อของ Collector หรือนักลงทุนหลายๆ คนที่แนะนำให้ทำตาม เหมือนอย่างที่กล่าวไว้ในข้อแรกว่า ให้เริ่มจากสิ่งที่เราชอบหรือสนใจ สิ่งอื่นๆ ก็จะตามมาเอง เพราะพอคุณชอบและสนใจแล้ว คุณจะเริ่มใส่ใจค้นคว้าหาข้อมูลโดยอัตโนมัติ และนั่นจะนำมาซึ่งการตัดสินใจที่ถูกต้องในการลงทุนในท้ายที่สุด
  3. เลือกแบรนด์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด ข้อนี้เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไป นั่นคือ เรื่องของ Demand และ Supply หากคุณเลือกเล่นแบรนด์ที่คนนิยมและต้องการกันมากอย่าง Rolex หรือ Patek Philippe โอกาสที่คุณจะเก็งกำไรและขายต่อในราคาที่ดีย่อมต้องมีมากกว่าแน่นอน
  4. มองหานาฬิการุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับฟังก์ชันที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองเลือกรุ่นที่มีกลไกหรือฟังก์ชันพิเศษที่น่าสนใจ รวมถึงรุ่นที่จำกัดจำนวนผลิตหรือ Limited Edition ที่ผลิตออกมาเป็นไอเท็มหายาก ตัวอย่างเช่น Rolex Daytona รุ่น Patrizzi ref. 16520 Daytona ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพราะความบกพร่องในขั้นตอนการผลิต ทำให้สีของตัวเรือนเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แต่มันกลับทำให้รุ่นนี้กลายเป็น rare item แถมราคายังพุ่งขึ้นสูงอีกต่างหาก
  5. เลือกลงทุนกับนาฬิการะบบ Mechanical มากกว่านาฬิการะบบ Quartzโดยปกติในวงการนาฬิกานั้น ระบบMechanical มักเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า แต่ก็ต้องพึงสังเกตไว้สักนิดว่า นาฬิกา Quartz บางรุ่นนั้นก็เป็นที่ต้องการในตลาดสูงเช่นกัน คำแนะนำตรงนี้คือ หากสนใจแบบไหน ควรศึกษาเรื่องของตลาดก่อนเสมอ
  6. เลือกซื้อนาฬิการุ่น Limited Edition ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาเคยกล่าวไว้ว่า นาฬิการุ่น Limited Edition บางรุ่นสามารถทำกำไรได้รวดเร็วมาก อย่าง Panarai รุ่นสีบรอนซ์ หรือ Omega Seamaster 300 ‘Spectre’ หรือ Omega Speedmaster ‘Snoopy’ ที่กลายเป็นรุ่น Limited Edition ผลิตออกมาน้อย แต่ราคากับความต้องการเพิ่มขึ้นชนิดสวนทางกันเลยทีเดียว
  7. เลือกซื้อนาฬิกา Pre-owned (มือสอง) จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ความจริงแล้วการลงทุนไม่ควรจำกัดอยู่ที่การซื้อนาฬิกาใหม่เพียงอย่างเดียว นาฬิกา Pre-owned หรือนาฬิกาวินเทจ ที่อยู่ในสภาพดีและมีใบรับรอง ยังสามารถทำเงินได้ดีเสมอ หากคุณเลือกซื้อถูกรุ่นและเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ก็ต้องระวังเรื่องของคุณภาพกันด้วย เพราะบางครั้งอาจจะมีการยัดไส้อย่างพวกอะไหล่เทียมมาด้วยก็ได้
  8. ลงทุนกับนาฬิกา 10% ของยอดการลงทุนทั้งหมด ข้อนี้ถือเป็นกฎเหล็กที่นักลงทุนมือใหม่ควรใส่ใจกันให้มาก เพราะจะเป็นการลดความเสี่ยง และสามารถรอรับผลตอบแทนได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากกว่า
  9. เก็บรักษานาฬิกาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ หลายคนอาจละเลยเรื่องพื้นฐานแบบนี้ แต่รู้ไหมว่า หากคุณปล่อยหรือวางนาฬิกาทิ้งไว้นานๆ อาจจะทำให้นาฬิกาดีๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น และต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมภายหลังอีกต่างหาก


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com