‘AP Royal Oak Offshore Series’ เรือนเวลาระดับโลก จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิส

Audemars Piguet ชื่อนี้การันตีความสำคัญแห่งประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิสในตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะชั่วโมงนี้ความร้อนแรงแซงทุกรายของ ‘AP Royal Oak Offshore Series’ ได้กลายมาเป็นนาฬิกาสุดโปรดของเซเลบฯ ระดับโลกทุกแวดวง ไม่ว่าจะเป็นสายแฟชั่น กีฬา ดนตรี และภาพยนตร์ ตัวอย่างแฟนพันธุ์แท้ก็จะมีทั้ง เดนเซล วอชิงตัน-ดาราฮอลลีวูด โนวัค ยอโควิช-นักเทนนิสมือหนึ่งของโลก จอห์น เมเยอร์-ดาวรุ่งวงการเพลงอเมริกัน หรือเจย์-ซี ซูเปอร์สตาร์ศาสดาแนวฮิปฮอป นี่ก็ใช่ รวมถึงคนอื่นๆ อีกเพียบ และถ้าจะปังขนาดนี้ เรามาเจาะลึกเรื่องราวของนาฬิกาเรือนนี้ ดูสิว่าจะเจ๋งแค่ไหน

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

จุดกำเนิดโลก (นาฬิกา) ไม่ลืม

นั่งไทม์แมชีนย้อนเวลาไปยุค ‘70 ขณะนั้นนาฬิกาสวิสทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบ ต้องเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง เหตุจากนาฬิการะบบควอตซ์ของญี่ปุ่นทะลักล้นเข้าสู่ตลาดโลก จึงบีบคั้นให้แบรนด์นาฬิกาสวิสต้องโชว์ความเก๋า ในฐานะเป็นผู้ผลิตยืนหนึ่งของโลก แล้วจะมายอมให้ถูกหยามศักดิ์ศรีง่ายๆ แบบนี้คงไม่ได้ ให้หลังอีกเพียงสองปี ที่เมืองบาเซล ช่วงเมษายน ปี 1972 ในงานนาฬิการะดับโลก ‘Swiss Watch Show’ ก่อนถูกเปลี่ยนชื่องานเป็น ‘Baselworld’ (ที่ล่าสุดเลื่อนงานออกไป) อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน Audemars Piguet ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการชนิดโลกไม่ลืม ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาตัวเรือนและสายสตีล หน้าปัดขนาดใหญ่กว่านาฬิกาทั่วไป พร้อมขอบหน้าปัดแปดเหลี่ยม ภายใต้ดีไซน์แข็งแกร่งหรูหรา เป็นการปฏิวัติรูปทรงนาฬิกาโฉมใหม่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในนาม ‘Royal Oak’ ผลงานการออกแบบของ ‘Gerald Genta’ นักออกแบบนาฬิกาฝีมือระดับเทพ และนับแต่นั้นเป็นต้นมา นอกจากยี่ห้อ Audemars Piguet จะรอดพ้นสถานการณ์ ‘Quartz Crisis’ ตามประวัติศาสตร์การสร้างนาฬิกาโลกแล้ว ‘Royal Oak’ ก็ได้กลายเป็น DNA ระดับมาสเตอร์พีชแนวสปอร์ตหรูของแบรนด์ ที่ไม่ว่าใครก็อยากมีไว้ครอบครองนับแต่วินาทีนั้น

 

DNA สายตรงสู่รุ่นใหม่ ‘Royal Oak Offshore’

หากไม่มี ‘Royal Oak’ วันนั้นก็คงไม่มี ‘Royal Oak Offshore’ ในวันนี้ เพราะเมื่อปี 1993 Audemars Piguet ได้เขย่าโลกนาฬิกาอนุรักษ์นิยมอีกครั้ง และเป็นช่างนาฬิกาหน้ารุ่นใหม่มากฝีมือนาม ‘Emmanuel Gueit’ รับหน้าที่สร้างสรรค์ โดยมี ‘Royal Oak’ เป็นรากฐานต้นแบบ จนเกิดเป็น ‘Royal Oak Offshore Chronograph’ สำหรับเรือนแรกนั้นได้รับดีไซน์ให้หน้าปัดขยายเป็นขนาด 42 มิลลิเมตร (ซึ่งกลายมาเป็นขนาดมาตรฐานในปัจจุบัน) ติดซีลยางกันน้ำสีดำที่สามารถมองเห็นได้ ภายใต้ขอบหน้าปัดแปดเหลี่ยม กลมกลืนไปกับตัวสายโค้งมนสีเดียวกัน ห่อหุ้มซิลิโคนสีดำที่ปุ่มกดจับเวลาและเม็ดมะยม แม้ ‘Gerald Genta’  จะกล่าวหาว่านี่เป็นงานดีไซน์ที่ทำลายความงามของ Royal Oak ที่เขาเคยสร้างไว้ จนมันได้ฉายาว่า ‘Beast’ แล้ว แต่ในท้ายที่สุดสัตว์ร้ายตัวนี้ ก็เดินตามความสำเร็จของต้นแบบรุ่นเก่าได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

 

เอกลักษณ์ระดับโลก และความคุ้มค่าที่เป็นมากกว่านาฬิกาหรู

แน่นอนที่สุดเอกลักษณ์ของ Royal Oak Offshore ก็คือหน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตร และใหญ่สุดที่ขนาด 44  มิลลิเมตร มีหลากหลายรุ่นให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น ‘ROO Diver’ ‘ROO Tourbillon Chronograph’ หรือ ‘ROO Selfwinding Chronograph’ รวมถึงลิมิเต็ด อิดิชั่นที่สร้างสรรค์ให้กับบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ตลอดจนวัสดุในการผลิตก็มีหลากหลาย ทั้งสายสตีล แพลตินัม หรือทองคำ มาพร้อมรายละเอียดการออกแบบแนวสปอร์ต แข็งแกร่ง หรูหราน่าประทับใจ เมื่อมองที่ราคารีเซล อยู่ระหว่างหลักแสนต้นไปจนถึงครึ่งล้าน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น) และประวัติศาสตร์การผลิตแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก แถมต้องตะโกนใส่หน้าดังๆ ว่า ‘โคด-ตะ-ระ’ คุ้มจริงๆ

 

Highlight

‘Royal Oak’ มีที่มาจากต้นโอ๊คเก่าแก่ที่พระเจ้าชาร์ลที่ 2 ใช้หลบซ่อนตัวจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐสภาช่วงภาวะสงครามกลางเมือง Worcester ในปี คศ.1651 พระองค์ประทับอยู่ที่นั่นหนึ่งคืน ก่อนหลบหนีและไปลี้ภัยอยู่ทั่วยุโรปนานถึง 9 ปี กว่าจะได้กลับมาครองราชย์อีกครั้งในปี ค.ศ.1660 ต้นโอ๊คต้นนั้นจึงถูกขนามนามว่า ‘King Oak’ หรือ ‘Royal Oak’ และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการปกป้องและความปลอดภัยมานับแต่นั้น

 

ภายหลังในช่วง ค.ศ.1769-1914 กองทัพเรืออังกฤษ ได้นำมาตั้งเป็นชื่อเรือรบ ‘HMS Royal Oak’ และช่องประตูเรือที่มีลักษณะรูปทรง 8 เหลี่ยม ซึ่งนั่นคือที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกา ‘Audemars Piguet Royal Oak’ อย่างรับรู้กัน


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com