ถอดมุมมองล่าสุดจาก ‘Tim Stracke’ ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Chrono24 กับความเคลื่อนไหวด้านราคาที่น่าจับตา

ท่ามกลางสภาวะฝืดเคืองของเศรษฐกิจโลกทำให้โอกาสการลงทุนในปี 2020 และอนาคตอันใกล้เป็นเรื่องยากและซับซ้อนขึ้น ในส่วนของการลงทุนกับนาฬิกาชั้นดียังเป็นทางเลือกที่ใช่อยู่หรือไม่นั้น บทสัมภาษณ์จาก ‘Tim Stracke’ ผู้ร่วมก่อตั้งและควบตำแหน่ง CEO ของ Chrono24 น่าจะช่วยไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กับนักลงทุน (นาฬิกา) ไม่ให้สับสนหรือหลงทางมากจนเกินไปนัก

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

3 แบรนด์สวิสเมด ที่ยังแรงต่อเนื่อง

ในแวดวงนาฬิกาชั้นสูง 3 แบรนด์สวิสเมดสุดยอดปรารถนา อันได้แก่ Patek Philippe, Audemars Piguet และ Rolex ไม่น่าแปลกใจที่ไม่โดนหางเลข จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกมีแต่ทรงกับทรุดอย่างที่เห็นอยู่

 

เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมายังมีความต้องการในตลาดสูง และยอดจำหน่ายเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาทาง Chrono24 ทำการจำหน่ายนาฬิกาสูงค่าจากสามเทพเป็นจำนวนหลายร้อยเรือนในแต่ละปี แน่นอนที่สุดปี 2020 ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน

 

“ผมคิดว่าการเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ต่างๆ เช่น Patek Philippe, Audemars Piguet หรือ Rolex เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากๆ และทำให้แบรนด์เหล่านี้เป็นที่น่าสนใจ” Tim Stracke ให้ความเห็น

 

แบรนด์ Audemars Piguet มียอดจำหน่ายสูงสุด 10 รุ่น ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2015 ถึงกรกฎาคม 2020 เพิ่มขึ้นถึง 73 เปอร์เซ็นต์

 

ขณะที่ Patek Philippe ยอดจำหน่ายสูงสุด 10 รุ่น น่าชื่นชมและน่าประทับใจยิ่ง เมื่อราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 105 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงครึ่งทศวรรษผ่านมา

 

ด้าน Rolex ทุกขนาดและทุกรุ่นยังคงมียอดจำหน่ายดีเหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2020 ที่ผ่านมา ‘Daytona John Player Special’ ทองคำ 18 กะรัต (หมายเลขอ้างอิง: 6264) มียอดประมูลสูงกว่า 1.2 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่เพียงทำลายสถิติของ Sotheby’s (บริษัทจัดประมูลผลงานศิลปะและของมีค่าสัญชาติอังกฤษ) สำหรับนาฬิกาที่ประมูลขายทางออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้เกิดขึ้นอีกด้วย

 

นาฬิกามูลค่าเพิ่ม

Tim Stracke เผยข้อมูลลึกแต่ไม่ลับของ Chrono24 ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจ และช่วยให้การตัดสินใจซื้อนาฬิกาชั้นดีเพื่อลงทุนนั้นง่ายขึ้น

  1. ‘Omega Speedmaster Moonwatch’ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ‘First Omega in Space’ (หมายเลขอ้างอิง: 311.32.40.30.01.001) รุ่นนี้ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับ 6 ของแบรนด์ Omega จาก Chrono24 ด้วยยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา และเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ‘First Omega in Space’ ราคาเพิ่มสูงขึ้นราว 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 136,232 บาท
  2. Rolex ‘Datejust’ Stainless Steel (หมายเลขอ้างอิง: 126334) ปัจจุบันรุ่นนี้อยู่ในลิสต์ของแบรนด์ Rolex ที่ขายดีที่สุดลำดับสิบ โดยเฉพาะตัวเรือนแบบสเตนเลสสตีลและหน้าปัดสีน้ำเงินนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมาก ซึ่งในช่วงสามปีที่ผ่านมา Datejust มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันจำหน่ายในราคาประมาณ 17,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 395, 949 บาท
  3. Tudor ‘Black Bay Fifty-Eight’ (หมายเลขอ้างอิง: 79030)ใช้เวลาไม่นานนักต่อการขยายการยอมรับและสร้างความประทับใจให้กับวอตช์เลิฟเวอร์ และเข้าสู่ยุคทองในทันที สำหรับการเปิดตัวนาฬิการูปลักษณ์ย้อนยุครุ่น Black Bay Fifty-Eight ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของปีนี้ และอยู่ในลิสต์ลำดับสามของนาฬิกายอดนิยม หากนับรวมยอดจำหน่ายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาทั้งหมด ราคาได้ถีบตัวพุ่งขึ้นถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ไปแตะที่6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 136,217 บาท นับเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี

 

นาฬิกาน่าลงทุน

ไปต่อไม่ต้องรอแล้วสำหรับนาฬิกาชั้นดีน่าลงทุน ที่ Tim Stracke จัดให้ ใครมีแล้วก็ดีไป ใครไม่มีรีบให้ไวก่อนจะตกขบวน นาฬิกาน่าลงทุนเรือนแรก Stracke ยกให้ Omega รุ่น Seamaster Diver 300M (หมายเลขอ้างอิง: 210.30.42.20.01.001) บนเว็บไซต์ Chrono24 ระบุยอดจำหน่าย Omega ครองตำแหน่งสูงสุดในหมู่ลูกค้าชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นตลาดนาฬิกาหรูที่ใหญ่ที่สุด และมีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้ว่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาราคาจะลดลงไปประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ที่ประมาณ 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 136,217 บาท แต่ในแง่ความไฮเอนด์ของโลกนาฬิกาหรู เจ้านี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ควรมีเก็บไว้

 

ตามมาด้วยคอลเล็กชัน Rolex รุ่น ‘GMT-Master’ กับประวัติการสรรค์สร้างยาวนาน โดยเฉพาะ GMT-Master II เจ้าของฉายา ‘Batman’ ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก และบุรุษแห่งรัตติกาลก็อยู่ในลิสต์ยอดจำหน่ายสูงสูดลำดับสามจากแบรนด์ Rolex นำหน้า ‘Pepsi’ แบบทิ้งกันไม่เห็นฝุ่น

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับช่วงหนี่งปีคอลเล็กชันราคาของ ‘GMT-Master II’ มีการสวิงขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปรับฐานลดลงเกือบ 24 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยความต้องการในตลาดล้นเหลือ ทำให้มีโอกาสในการขายทำกำไรได้อยู่เสมอ จึงถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอย่าง Tim Stracke


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com