Patek และ Rolex ราคาพุ่งขึ้นเมื่อเงินเฟ้อแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ เหตุโรคระบาดลากโลกมาเกือบ 3 ปี ส่งผลกระทบหมดทั้งตาฟ้า ตาดำ เรียกว่าเกิดอาการของแพงหน้าก็แดงไปตามๆ กัน แม้กระทั่งโลกนาฬิกาหรูเองก็ไร้ข้อยกเว้น

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

การระบาดใหญ่เมื่อปีที่แล้ว (2564) เป็นเสมือนเชื้อเพลิงจุดชนวนให้ระเบิดเงินเฟ้อปะทุ สูงสุดในรอบ 40 ปี โดยอัตราเงินเฟ้อทะยานขึ้นมาแตะระดับร้อยละ 7 (ตามปกติหมอเศรษฐกิจวางไว้ว่าไม่ควรเกินร้อยละ 5) เค้ารางสัญญาณของแพงก็แดง ก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจน

 

ต่อเรื่องนี้ ธุรกิจโลกนาฬิกาหรูก็คล้ายกับตลาดหุ้น ไวและเปราะบางกับสถานการณ์รอบด้าน ขนาดแบรนด์ Rolex ที่ว่าแน่ๆ ยังต้องถอยประกาศปิดโรงงาน (ชั่วคราว) ไปหลายแห่ง

 

แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อมองไปยังเหล่าพวกคลั่งรักนาฬิกาหรู ราวกับว่าสถานการณ์ของแพงและเงินเฟ้อไม่เกิดขึ้นจริง ซะอย่างนั้น หลายคนยังคงจับจ้องคลิกดูภาพตลาดพรีโอนบนอินเทอร์เน็ต เข้าไปลองของจริงในช็อป หรือรอคอยเสียงใสๆ จากพนักงานขาย แจ้งข่าว Waiting List ที่รอคอยมาแล้ว

 

แม้อาการคลั่งรักแบบนี้ จะอัดแน่นอยู่ในดีเอ็นเอวอทช์เลิฟเวอร์เกือบทุกคน แต่สภาพเงินเฟ้อปะทุ ปะทะ อุตสาหกรรมโลกนาฬิกาหรู แบบเน้นๆ ต่อไลน์การผลิต ทั้งในแง่ค่าแรง วัตถุดิบ และซัพพลายเออร์ต่างๆ ย่อมส่งผลใหญ่แน่นอน

 

ถึงขนาดที่ Ricardo Guadalupe ซีอีโอของ Hublot ซี้ดปากให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าทางแบรนด์จะทำการขึ้นราคานาฬิกาทุกเรือน เนื่องจากทางซัพพลายเออร์  อัพราคาขึ้นมา 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ กันเลยทีเดียว

 

เห็นชัดตำตากัน ณ ปัจจุบัน ลูกพี่ใหญ่แห่งโลกนาฬิกาหรู Patek Philippe รีเฟรชราคาหน้าเพจประจำปี 2022 ใหม่ทั้งหมด ประเด็นคือเพิ่มขึ้นแบบไม่มีกั๊กตามสภาพ ต่างจากสภาพอัตราเงินเฟ้อที่เคยต่ำกว่านี้ ชนิดทิ้งหลายจุด

 

ตัวอย่างรุ่น 5270J Perpetual Calendar พร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟ อันเป็นนาฬิกาประเภท Grand Complication เพิ่มขึ้นจาก 5,700,000+ บาท เป็น 5,900,000+ บาท เพิ่มขึ้นคิดเป็น 3.5%

ขณะที่รุ่น 5164A, Aquanaut Travel Time ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของทั้ง John Mayer และ Keegan Allen อัพราคาจาก 1,200,000+ บาท เป็น 1,319,000+ บาท เพิ่มขึ้น คิดเป็น 9.9%

ส่วนตัวท็อปของรุ่นอย่าง Nautilus รุ่น 5726/1A เพิ่มขึ้น 9.9% จาก1,600,000+ บาท อัพเป็น 1,759,000+ บาท

ข้ามฟากมาดูแบรนด์น้องรองจากพี่ใหญ่  Rolex (ในแง่ความนิยม) ที่ดูเหมือนว่า การอัพราคาสู้เงินเฟ้อครั้งนี้จะเอาเรื่องกว่า เลยปล่อยให้ราคาไหลสูงไปไกลเกินกว่า 10%

 

เริ่มจากสุดยอดปรารถนา Submariner ไต่มาแตะที่ 14% จาก 277,000+ บาท มาหยุดลงตรงตัวเลขสวยๆ ที่ 317,000+ บาท

ตามติดด้วยตัวพ่อแห่งความเร็ว GMT-Master II กลับการกลับมาอีกครั้งของตระกูล Oystersteel ที่เพิ่มขึ้นจาก 330,000+ บาท  เป็น 380,000+ บาท คิดเป็นขึ้น 15.15%

สำหรับตัวที่อัพเวลสูงสูด อยู่ที่ 20%  คือ รุ่น Explorer 36 มม. ที่เพิ่งออกมาเผยโฉมเมื่อปีก่อน ขยับค่าตัวจาก 210,000+ บาท เป็น 253,000+ บาท

ถึงตรงนี้คงไม่มีใครบอกได้ว่า ในอนาคตราคาจะขยับสูงขึ้นไปถึงไหน แต่สิ่งที่แน่นอนในแง่อุตสาหกรรมการผลิต แบรนด์ไม่สามารถลดเงินเดือนพนักงาน หรือลดต้นทุนของวัสดุได้ และต้นทุนทั้งหมด ย่อมแสดงออกมาผ่านกลไกราคา และอาจจะสูงกว่าที่เหล่ากูรูทั้งหลายคาดคิด

 

ท้ายสุด นี่คือบทเรียนสำคัญให้กับวอทช์เลิฟเวอร์สายลงทุน กล้าตัดสินใจเสี่ยงลงทุนตอนนี้ แม้ราคาจะสูง แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเวลาข้างหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างจะไหลไปไกลยิ่งกว่าเดิม

 

และนั่นย่อมดีกว่าเก็บเงินสดไว้ในธนาคาร เพื่อให้เงินเฟ้อกัดกินต้นทุนและค่าเสื่อมเวลาไปเปล่าๆ จริงหรือไม่ ถามใจเธอดูแล้วกัน สวัสดีครับ

 


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com