แม้โลกวิกฤตแค่ไหน แต่จะพลาดข่าวใหม่ของ 5 เรือนเวลานี้ไม่ได้!

ถ้าคุณไม่ได้สนใจเรื่องราวของนาฬิกา หรือไม่เคยติดตามข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวกับแวดวงนาฬิกา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนวงใน เป็นนักสะสมนาฬิกา แล้วพลาดข่าวการลอนช์นาฬิกาใหม่ของค่ายดังละก็ คุณคงต้องพิจารณาตัวเองเสียใหม่แล้ว

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

                ผู้ผลิตนาฬิกายังคงเดินหน้าการผลิตสิ่งที่ดีที่สุดต่อไป และเปิดตัวนาฬิกาที่ยอดเยี่ยมออกมามากมาย แม้ว่าทั้งโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ยืดเยื้อและรุนแรง วันนี้ Crazy Dial อาจกล่าวถึงได้ไม่ครบทุกรุ่นทุกแบรนด์ หากแต่จะขอเลือกนำเสนอ 5 เรือนเวลาที่ได้ใจ และที่คุณไม่ควรพลาดสำหรับปีนี้


OMEGA De Ville Central Tourbillon

Omega กลับมาเรียกเสียงฮือฮา ด้วยนาฬิกากลไกตูร์บิญองต้นตำรับ Central Tourbillon เรือนแรกที่ได้รับการรับรองจาก Master Chronometer และเป็นกลไกที่ติดตั้งตรงกลางของหน้าปัด ทำให้ดูน่าทึ่งเมื่อเทียบกับพื้นหลังสีดำ และตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุที่ผสมผสานกันอย่างน่าตื่นเต้นของ 18k Sedna (เซดนา โกลด์ คือทองของ Omega ประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์ พัลลาเดียม และทองแดง โดยมีสัดส่วนของทองคำมากกว่า 75% นำมาหลอมรวมกันด้วยกรรมวิธีเฉพาะของ Omega ได้ออกมาเป็นวัสดุใหม่เป็นทอง 18k ให้สีโรสโกลด์) และ Canopus Gold (คาโนปัสโกลด์ คือไวท์โกลด์สูตรพิเศษที่สามารถคงความกระจ่างขาวของวัสดุได้ยาวนานกว่าไวท์โกลด์ทั่วไป)

 

นอกจากนั้นยังใช้เทคโนโลยี Co-Axial Master Chronometer ซึ่งนอกจากจะมีความเที่ยงตรงสูงแล้ว กลไกยังทนทานต่อสนามแม่เหล็กถึง 15,000 Gauss สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง จากตลับลานคู่พร้อมทั้ง Power Reserved Scale ที่สลักไว้บนสะพานจักรด้านหลัง

 

Omega De Ville Central Tourbillon ราคา 5,866,000 บาท


JAQUET DROZ Grande Seconde Off-Centered Chronograph Black Onyx

Jaquet Droz อาจจะเป็นแบรนด์หนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในศาสตร์การทำเครื่องบอกเวลา แต่นาฬิกาโครโนกราฟรุ่น Grande Seconde Off-Centered ด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์สีดำขลับที่สวยงามนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าช่างนาฬิกายังคงมีบางสิ่งที่ชวนให้เราหวนกลับร้อง “ว้าว” กับมันได้

 

ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตรโดดเด่นด้วยเลย์เอาต์หน้าปัดแบบ Sub-Dial ที่วางซ้อนกันเป็นเลข 8 ในแนวเอียง พร้อมแสดงเวลาแบบ Grande Seconde ที่ผสานฟังก์ชันการจับเวลาไว้อย่างลงตัว เมื่อปีที่แล้วฌาเกต์ โดรซ์เคยมีแบบให้เลือกเป็นพื้นสีเทา สีเงิน และสีน้ำเงิน มาปีนี้ออกแบบผลิตอีกครั้งเป็นสีดำจากหินออร์นิกซ์ในรุ่น Black Onyx

 

Jaque Droz Grande Seconde Off-Centered Chronograph Black Onyx ราคา 21,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 670,000 บาท)


PIAGET Altiplano Ultimate Concept

2 มิลลิเมตร คือความบางของ Piaget Altiplano Ultimate Concept และนี่คือนาฬิกาข้อมือเรือนบางที่สุดในโลก จนอาจทำให้บัตรเครดิตดูเทอะทะไปเลย และเมื่อสวมใส่ตัวเรือนต้นแบบบนข้อมือจะรู้สึกได้ถึงประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

 

Piaget ปรับโครงสร้างตัวเรือนเพื่อให้ฝาหลังทำหน้าที่เป็นฐานรองรับกลไกไปในตัว และใช้วัสดุใหม่อย่างโคบอลต์ผสมอัลลอยด์ที่ถูกพัฒนาให้แข็งแรงและทนทานกว่าทองคำถึง 2.3 เท่า ส่งผลให้ตัวเรือนไม่โค้งงอแม้จะมีความบาง ขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ถูกปรับขนาดให้รับกับความบางในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็น Wheel ที่วัดความหนาได้เพียง 0.12 มิลลิเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับจักรของกลไกดั้งเดิมที่มีขนาด 0.20 มิลลิเมตร กระจกหน้าปัดที่ลดทอนความหนาออกไป 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 0.2 มิลลิเมตร กระปุกลาน หรือ Mainspring Barrel ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด และเม็ดมะยมระบบ Telescopic ที่ออกแบบให้ราบเป็นระดับเดียวกับตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร

 

Piaget Altiplano Ultimate Concept ราคาเริ่มต้น 410,000 สวิสฟรังก์ (ราว 14 ล้านบาท)


LAURENT FERRIER Grand Sport Tourbillon

ถ้าหากคุณเป็นคนรักรถและนาฬิกา ชื่อของ Laurent Ferrier จะต้องคุ้นหูคุณแน่นอน เพราะบูติกผลิตเรือนเวลาแห่งนี้ออกแบบผลิตสินค้าดูดีอย่างน่าทึ่ง

 

นาฬิกากลไกตูร์บิญองรุ่น Grand Sport Tourbillon สไตล์สปอร์ตเคยปรากฏออกมาครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว สำหรับปีนี้คือเวอร์ชันใหม่ของรุ่นนี้ ที่เปลี่ยนโทนสีของหน้าปัดมาเป็นสีกรมท่า ไล่เฉดจากส่วนกลางไปเป็นสีดำรอบขอบอันเป็นโทนสียอดนิยมของนาฬิกาสปอร์ตหรู พร้อมสายสเตนเลสสตีลที่ดีไซน์ให้กลมกลืนกับตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตร กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์คริสตัลย้อมสีผนึกแน่น มีสารเรืองแสงสีส้มบนหลักชั่วโมง ส่วนเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีเป็นไวท์โกลด์ 18k ซึ่งดูโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่ออยู่บนพื้นหน้าปัดสีกรมท่า

 

Laurent Ferrier Grand Sport Tourbillon ผลิตออกมาเพียง 12 เรือนเท่านั้น ราคา 172,000 สวิสฟรังก์ (ราว 5.7 ล้านบาท)


HUBLOT Big Bang MP-11 Red Magic

Hublot ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์แถวหน้าของนวัตกรรมบอกเวลา และดาวเด่นจากแบรนด์สปอร์ตหรูของปีนี้คือ Big Bang MP-11 Red Magic อันเป็นเอดิชันใหม่ของ MP-11 ที่เลือกใช้ไฮเทคเซรามิกสีแดงสดผิวเงางามมาใช้สร้างตัวเรือนอีกครั้ง หลังจากเคยใช้ครั้งแรกในโลกกับ Big Bang Unico Red Magic มาแล้วเมื่อปี 2018 ส่วนตัวเรือนด้านข้างยังคงเป็นแผ่นแซฟไฟร์คริสตัล ช่วยเปิดรับแสงเข้าสู่ภายใน

 

ความแปลกใหม่จากตระกูล Big Bang ปีนี้คือ ขบวนตลับลานต่ออนุกรมที่วางพาดตามแนวนอน ทำให้ต้องยกทั้งวงขอบตัวเรือนขนาด 45 มิลลิเมตร และกระจกหน้าปัดให้นูนเป็นสันโค้งขึ้นมา พร้อมกลไกไขลาน Cal. HUB9011 ซึ่งเป็นกลไก In-House ของ Big Bang MP-11 เป็นการปรับลดความล้ำท้งด้านดีไซน์และความซับซ้อนทางเทคนิคจากกลไกของ MP-05 และ MP-07 ลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะกับสวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

Hublot Big Bang MP-11 Red Magic ผลิตออกมาจำนวนจำกัด 100 เรือน ราคา 2,691,000 บาท


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com