10 ตัวเลือกหากไม่ได้เป็นเจ้าของ AP Royal Oak

ขึ้นชื่อว่า AP Royal Oak เราเชื่อได้เลยว่าไม่มีเพื่อนๆชาว Crazy Dial คนไหนไม่รู้จัก เพราะเรียกได้ว่า AP Royal Oak เป็น ICONIC Watch รุ่นหนึ่งในวงการนาฬิกาเลยทีเดียว ด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมา รวมไปถึงรูปลักษณ์หน้าตาที่สวยงาม ทำให้ AP Royal Oak เข้าไปนั่งในใจของคนรักนาฬิกาอย่างแน่นอน ครั้งนี้เราลองคิดกันเล่นๆว่าถ้าเราไม่ได้เป็นเจ้าของ AP Royal Oak บนข้อมือ เราจะมีนาฬิการุ่นไหนบ้างที่ถือเป็นตัวเลือกของคุณ ซึ่งในบทความนี้เราลองหานาฬิกา10 รุ่น ครอบคลุมทุกเร้นจ์ราคาตั้งแต่แบบที่จับต้องได้ง่ายๆไปจนถึงแบบลักซ์ชัวรี่ ซึ่งจะมีรุ่นไหนบ้าง เชิญตามมาด้านล่างเลยครับ

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

 

1. Patek Philippe Nautilus

เริ่มต้นด้วยเรือนที่ราคาสูงกว่า Royal Oak อย่าง Patek Philippe Nautilus ที่ออกแบบโดย Gerald Genta ชายผู้อยู่เบื้องหลัง AP Royal Oak เช่นกัน และด้วยหน้าตาอันหรูหราเป็นเอกลักษณ์ ก็ทำให้คุณอยากจะเป็นเจ้าของครอบครองเรือนนี้เหมือนที่คุณอยากครอบครอง Royal Oak

แบรนด์ : Patek Philippe
โมเดล: Nautilus
เปิดตัว : 1976
สำนักงานใหญ่: Geneva, Switzerland


2. Girard Perregaux Laureato

Girard Perregaux ออกมาให้ยลโฉมครั้งแรกเมื่อปี 1975 และยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งมีให้เลือกหลากหลายโมเดล สนนราคา New Laureato มีให้คุณได้เลือกช้อปกันตั้งแต่ US$10,300 ไปจนถึง US$89,100 ครับ

แบรนด์ : Girard Perregaux
โมเดล : Laureato
เปิดตัว : 1975
สำนักงานใหญ่ : La Chaux-de-Fonds, Switzerland


3. Casio ‘CasiOak’ GM-2100

อยู่ภายใต้ร่มเงาของแบรนด์ G-Shock แต่ด้วยสมรรถนะและรูปร่างหน้าตาทรงแปดเหลี่ยม จึงได้รับชื่อเล่นว่า CasiOak กันไปเล้ยยยย

แบรนด์ : Casio/G-SHOCK
โมเดล : GM-2100
เปิดตัว : 2021
สำนักงานใหญ่ : Shibuya City, Tokyo, Japan


4. Chopard Alpine Eagle

แรงบันดาลใจจากเทือกเขา Alps และนกอินทรีที่โบยบิน นาฬิการสไตล์  “sport-chic” รุ่นนี้ก็ถือว่าไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าที่จะกระโดดเข้ามาอยู่ในลิสต์ของเราครับ

แบรนด์ : Chopard
โมเดล : Alpin Eagle
เปิดตัว : 2019
สำนักงานใหญ่ : Geneva, Switzerland


5. Hublot Classic Fusion

หน้าตาโฉบเฉี่ยวแต่แฝงไปด้วยความแข็งแรงของ Hublot Classic Fusion ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นกัน

แบรนด์ : Hublot
โมเดล : Classic Fusion
เปิดตัว : 2010
สำนักงานใหญ่ : Nyon, Switzerland


6. Creux Automatique Diamondback CA-07

นาฬิกาสัญชาติออสซี่รุ่นนี้มาพร้อมกับเคส Stainless Steel 316L และเครื่อง Swiss-made CA24-041 สนนราคาที่จับต้องได้ง่ายตั้งแต่ USD$1,850 – USD$2,050 เรียกได้ว่าราคาไม่แรง แต่ก็ดูดีได้

แบรนด์ : Creux Automatique
โมเดล : Diamondback CA-07
เปิดตัว : 2019
สำนักงานใหญ่ : Australia


7. Bell & Ross BR05

ดีไซน์แบบ Luxury – Sport และหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bell & Ross ก็ติดโผมากับเค้าด้วยครับ

แบรนด์ : Bell & Ross
โมเดล : BR05
เปิดตัว : 2019
สำนักงานใหญ่ : Paris, France


8. Zenith Defy Classic

ด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและหน้าตาแบบ Skeleton ที่มาพร้อมกับวัสดุไทเทเนียม เราขอเอามาอยู่ในลิสต์ด้วยแล้วกันครับ

แบรนด์ : Zenith
โมเดล : Defy Classic
เปิดตัว : 1969
สำนักงานใหญ่ : Le Locle, Switzerland‎


9. Tissot PRX

หน้าตาที่มาในธีม Retro ของ Tissot ที่ย้อนกลับไปสู่รุ่นก่อนปี 1978 เปรียบเสมือนเดินบนเส้นทางที่ Royal Oak เคยทำมาก่อนหน้านี้ บางคนก็กล่าวไว้ว่า Tissot เปรียบเสมือน Royal Oak ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

แบรนด์ : Tissot
โมเดล : PRX
เปิดตัว : 1978
สำนักงานใหญ่ : Switzerland


10. Baume & Mercier Riviera

เปิดตัวริเวียร่ารุ่นแรกในปี 1973 ด้วยสกรูที่มองเห็นได้สี่ตัวช่วยให้กรอบทรงแปดเหลี่ยมของนาฬิกาดูโดดเด่น บางคนจึงอนุมานว่านาฬิการุ่นนี้ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากการออกแบบจาก Royal Oak

แบรนด์ : Baume & Mercier
โมเดล : Riviera
เปิดตัว : 1973
สำนักงานใหญ่ : Geneva, ‎Switzerland

 


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com