RICHARD MILLE ต้นตำรับความหรูลูกครึ่งสวิส-ฝรั่งเศส

ริชาร์ด มิลล์ ชายชาวฝรั่งเศส ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนหัวก้าวหน้าในแวดวงนาฬิกา นับรวมถึงเรื่องของการตั้งราคาด้วย นั่นเพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาต้องการคือ ปฏิวัติวงการ

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

ความจริงแล้วมีอีกหลายคนก่อนหน้าเขาที่คิดอยากปฏิวัติวงการนาฬิกา ริชาร์ด มิลล์เองนั้นเปิดตัวนาฬิการุ่นแรกของเขาเมื่อปี 2001 พร้อมกับตั้งราคาขายไว้สูงลิบลิ่ว เหตุผลเพราะเขาทุ่มทุนไปกับการใช้ตูร์บิญองในเรือนเวลา ซึ่งเป็นระบบกลไกที่ซับซ้อนในการผลิตนาฬิกา และแปดปีต่อมามิลล์สามารถทำยอดขายได้ถึง 83 ล้านฟรังก์สวิส

 

ฟังดูค่อนข้างรุนแรงและหน้าด้านเล็กน้อย กับการที่ใครตั้งราคาสินค้าไว้สูงกว่าตลาดถึงสองเท่า แต่ริชาร์ด มิลล์กล้าทำ แถมงานสร้างสรรค์ของเขายังเรียกเสียงฮือฮาได้ด้วย นาฬิกาของเขาไม่มีหน้าปัดเหมือนนาฬิกาทั่วไป หากเป็นตัวเรือนกระจกที่สามารถมองทะลุไปถึงกลไกภายใน เป็นงานดีไซน์นาฬิกาเปลือยแบบ Skeleton ที่เผยให้เห็นทุกสิ่งอย่างของนาฬิกา แม้เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมมานานนับศตวรรษแล้วก็ตาม แต่มิลล์สามารถออกแบบรูปทรงแกะสลักได้อย่างหรูหรา ทันสมัย ราวกับเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นาน

 

หลังจากเรียนจบด้านการตลาดที่เบซองซอง-อดีตเมืองนาฬิกา แถบเทือกเขาฌูราของฝรั่งเศส ในปี 1974 เขาเริ่มงานที่โรงงานนาฬิกา Anguenot ต่อมาย้ายไปที่ Mauboussin บริษัทผลิตเครื่องประดับและนาฬิกาในเครือ LVMH ก่อนออกมาเปิดกิจการ Richard Mille SA เป็นของตนเองในปี 1999 มีสำนักงานที่เมืองเลส์ เบรอเลอซ์ ในมณฑลฌูรา โดยใช้กำลังการผลิตของบริษัท Horométrie ที่นั่นมีพนักงานราว 60 คน รวมในส่วนของมิลล์ด้วยแล้วเป็น 75 คน

 

ริชาร์ด มิลล์ถือหุ้นในบริษัทของตนเอง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับที่ครึ่งหนึ่งของการผลิตอยู่ที่เขา ส่วนที่เหลือเป็นของหุ้นส่วนคู่ค้าอย่าง Audermars Piguet และ Renaud & Papi

 

“ตอนผมออกจากโมบูแซงมาก่อตั้งแบรนด์นาฬิกาของตัวเอง ตอนนั้นผมอายุห้าสิบแล้ว มีลูกเจ็ดคน ทุกคนมองว่าผมบ้าที่ยอมทิ้งตำแหน่งสูง เงินเดือนก้อนโต แถมมีรถจากัวร์ประจำตำแหน่งให้ใช้ด้วย”

 

แต่เพราะประสบการณ์ 25 ปีในอุตสาหกรรมนาฬิกา ทำให้เขากล้า และคิดอยากเปิดตลาดนาฬิกาแนวใหม่ ที่พรั่งพร้อมด้วยวัสดุไฮเทค เทคโนโลยีจากเครื่องบินและรถแข่งฟอร์มูลา-วัน เขาจึงเลือกวัสดุมีค่าราคาแพงอย่างไทเทเนียม คาร์บอน และเซรามิกแบบพิเศษมาใช้

 

นาฬิการุ่นแรก RM 001 Tourbillon ของมิลล์เปิดตัวที่งานบาเซลเวิลด์ในปี 2001 หลังจากนั้นแบรนด์ของเขาก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการนาฬิกา โดยเฉพาะในหมวดนาฬิกาหรู สไตล์ของเขาได้รับอิทธิพลมาจากแบรนด์ดังอย่าง Hublot, Jaeger-LeCoultre และ Audermars Piguet แต่เขาสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ตัวเองที่วัสดุและเทคโนโลยี รวมถึงราคา นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษราคาเริ่มต้นที่ 50,000 ฟรังก์สวิสขึ้นไป (ราว 1.6 ล้านบาท) และอาจสูงถึง 400,000 ฟรังก์สวิส (ราว 13 ล้านบาท) ทั้งๆ ที่แทบไม่มีการรับประกันว่ามูลค่าของนาฬิกาแต่ละเรือนจะคงเดิมหรือเพิ่มขึ้นหรือไม่เมื่อเวลาผ่านไป

 

ว่าแต่ใครกันที่เป็นลูกค้านาฬิกาของเขา ที่มีราคาสูงพอๆ กับรถเฟอร์รารีคันงาม “ผมนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าตลาดของเรากว้างขนาดไหน” มิลล์ในวัย 65 ให้คำตอบเรื่องนี้ “ผมรู้แต่ว่าตอนนี้ตลาดยังโตได้อีกตลอดเวลา”

 

เมื่อปีที่แล้วนาฬิกาแบรนด์ Richard Mille มียอดขายรวม 3,265 เรือน หากคำนวณจากราคาขายเฉลี่ยเรือนละ 6 ล้านบาท ก็เท่ากับว่าทั้งปีเขาสามารถทำยอดทะลุเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ความต้องการของตลาดยังคงมีต่อเนื่อง ทำให้บางครั้งเขาต้องประสบปัญหาในการจัดส่งสินค้า จนต้องปรับแผนผังใหม่เป็นสามโซน สินค้าหนึ่งส่วนสามจะถูกจัดส่งให้กับตลาดในอเมริกา ยุโรป และเอเชียในจำนวนที่เท่ากัน

 

ทุกวันนี้องค์กรของเขายังมีขนาดเล็ก พนักงานราว 130 คนทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีฝ่ายการผลิตรวมอยู่ที่นั่น ส่วนฝ่ายการตลาดและการพัฒนาตลาดจะอยู่ที่กรุงปารีส นอกนั้นยังมีบริษัทในต่างแดนอีกสี่แห่ง รวมถึงบูติกและร้านค้า

 

ริชาร์ด มิลล์ใช้เวลาทำงานหลักที่โรงงาน แบ่งครึ่งเวลาที่หลือเดินทางไปที่บริษัทในลอนดอน เบเวอร์ลีฮิลส์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

 

ส่วนตัวเขาเองนั้นพักอาศัยอยู่ในชาโต เดอ มองบวนมาตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่ในแคว้นบริตานีที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 “ภรรยาของผมอยากใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ส่วนผมเองไม่อยากพักอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เราก็เลยเลือกที่นั่น”


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com