วิวัฒนาการเรือนเหล็กของ PATEK PHILIPPE NAUTILUS

ในวงการ มีนาฬิกาเพียงไม่กี่แบรนด์ที่สามารถครอง ‘ค่านิยม’ ได้อย่างสม่ำเสมอเท่า Patek Philippe Nautilus นับแต่ปี 1976 ที่เปิดตัวในงานบาเซลเวิลด์ ก็แหวกสไตล์ของโลกนาฬิกาไฮเอนด์ นับถึงวันนี้ยังคงเป็นไอคอนของนาฬิกาหรู

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

Crazy Dial จะพาคุณย้อนกลับไปทศวรรษ 1970s เพื่อให้คุณได้รู้จักกับความเป็นมาของ Patek Philippe Nautilus อันเป็นตำนาน

 

                แม้ว่างานออกแบบ Patek Philippe Nautilus จะเกิดขึ้นเพียงชั่วไม่กี่นาที แต่ถึงอย่างนั้น-หรืออาจเพราะเหตุนั้น ความหมายของนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ในอีกกว่า 40 ปีถัดมาจึงดูยิ่งใหญ่ และกลายเป็นนาฬิกาที่มีคาแรกเตอร์ที่สุด เป็นที่ปรารถนามากที่สุดเรือนหนึ่งของโลก

                Gerald Genta นักออกแบบนาฬิกาชาวสวิส ซึ่งเคยออกแบบนาฬิการุ่น Royal Oak ให้กับ Audemars Piguet ได้รับการติดต่อจาก Patek Philippe ปี 1974 ให้ออกแบบนาฬิการุ่นใหม่ให้ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นภายในภัตตาคารแห่งหนึ่ง หลังจากรับบรีฟเสร็จสรรพ Genta ก็เอ่ยปากขอกระดาษและปากจากบริกร เขาใช้เวลาห้านาทีหลังจากนั้นร่างแบบ Nautilus ลงกระดาษ พร้อมส่งมอบให้กับทีมงานของ Patek Philippe

                ปี 1976 Nautilus ref. 3700 ของ Genta เป็นรูปเป็นร่างขึ้น เปิดตัวแนะนำในงานบาเซลเวิลด์ในปีนั้น ชื่อของรุ่นมาจากเรือดำน้ำจากนิยายไซไฟเรื่อง ’20,000 Leagues under the Sea’ ของฌูลส์ เวิร์น ที่สะท้อนให้เห็นในงานออกแบบเป็นช่องหน้าต่างของเรือสำราญขนาดใหญ่ Nautilus หมายเลขอ้างอิงแรกสามารถกันน้ำได้ลึก 120 เมตร ซึ่งนับเป็นความแปลกใหม่สำหรับนาฬิกาจากผู้ผลิตแบบดั้งเดิม

                นอกจากนั้น Nautilus ยังนับเป็นจุดเริ่มของนาฬิกาหรูแนวสปอร์ตอีกด้วย และเป็นนาฬิกาหรูเรือนเหล็ก ซึ่งในยุคนั้นมีเพียงสองแบรนด์คือ AP และ Patek Philippe เท่านั้นที่ถือเป็นผู้บุกเบิก Patek Philippe เคลมด้วยสโลแกนอย่าง ‘one of the world’s costliest watches is made of steel’ (หนึ่งในมวลหมู่นาฬิการาคาแพงที่สุดของโลกที่ทำจากเหล็ก) พร้อมตั้งราคาขายในช่วงเปิดตัวที่เรือนละ 3,100 ดอลลาร์ เปรียบเทียบกับราคา Rolex Submariner ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่เพียง 230 ดอลลาร์

                ความแปลกแหวกสไตล์นอกเหนือจากเรือนเหล็กแล้ว ตัวเรือนเส้นผ่าศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตรก็นับว่าใหญ่กว่านาฬิกาอื่นที่ขนาดปกติ 34-36 มิลลิเมตร Nautilus ref. 3700 จึงมีชื่อเล่นว่า ‘Jumbo’

Ref. 3700 – ต้นกำเนิด Nautilus

Nautilus รุ่นแรก หรือ A1 เวอร์ชันคลาสสิกจากสเก็ตช์ของ Gerald Genta เรือนใหญ่ ใช้วัสดุสตีลทั้งตัวเรือนและสาย แสดงเวลาด้วยสองเข็ม ชั่วโมงกับนาที และมีช่องแสดงวันที่ ทำงานด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ โดดเด่นด้วยรูปทรงและโครงสร้างของตัวเรือนแบบ 2 ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจจากระบบกลไกล็อกของช่องหน้าต่างเรือสำราญ ซึ่งป้องกันน้ำเข้าได้เป็นอย่างดี กระจกหน้าปัดถูกล้อมด้วย Bezel ดีไซน์แปดเหลี่ยม โค้งมน ขัดลายซาตินที่ด้านบนและขัดเงาที่บริเวณขอบสัน หน้าปัดสีน้ำเงินเข้มพื้นลายนูนขวาง ที่ติดตั้งด้วยหลักชั่วโมงทรงบาตอง เคลือบสารเรืองแสงสอดคล้องกับลักษณะของเข็มนาฬิกา  

Ref. 3800 – Nautilus ไซส์กลาง

ห้าปีหลังจากเปิดตัว Nautilus รุ่นแรก Patek Philippe ก็ผลิตหมายเลขอ้างอิงที่สองออกสู่ตลาด Ref. 3800 แต่คราวนี้มีการลด ‘ขนาดจัมโบ้’ ลงเหลือเพียง 37.5 มิลลิเมตร และเพิ่มเข็มวินาที ผิดจากแบบที่ Genta ดีไซน์ไว้ให้มีเพียงสองเข็ม ส่วนกลไกก็ใช้ Caliber 355 SC (Seconde Central) ที่พัฒนาขึ้นเอง และโดดเด่นด้วยสีของตัวเรือนที่เป็นสองกษัตริย์ รวมเอาสตีลและเยลโลว์ โกลด์ไว้ด้วยกัน  

Ref. 5711 – Nautilus วาระครบรอบ

จากต้นแบบงานดีไซน์ของ Genta อีกรุ่น ที่ผลิตออกมาเปิดตัวเมื่อปี 2006 ขนาดอยู่ที่ 40 มิลลิเมตร หน้าปัดพื้นสีน้ำเงิน แกะลายแนวตั้ง ขอบหน้าปัดและตัวเรือนขัดแต่งอย่างประณีต หลักบอกชั่วโมงผลิตจากทอง 18K ทรงบาตอง มีพรายน้ำเรืองแสง มีเม็ดมะยม และฝาหลังเป็นแบบเกลียว สายเหล็กแบบติดกับตัวเรือน กลไกอัตโนมัติ Caliber 324 SC เดินด้วยความถี่ 4Htz มีพลังสำรองลานที่ 45 ชั่วโมง ปี 2012 มีการผลิต Ref. 5711/1A-011 ออกมา ที่มีพื้นหน้าปัดสีขาว เมื่อปี 2019 รุ่นนี้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ที่กลไกของเครื่อง จากเดิมที่เคยใช้ Caliber 324 SC เปลี่ยนมาเป็นกลไกใหม่ Caliber 26-330 SC แทน  

Ref. 3712 / 5712 – Nautilus มูนเฟส และพลังสำรอง

ความแตกต่างที่คล้ายกันของทั้งสองรุ่นนี้เป็นที่พูดถึงกันบ่อยครั้ง Ref. 3712 ออกสู่ตลาดในปี 2005 แต่ก็มีการผลิตแค่เพียงปีเดียว ก่อนที่จะหยุดการผลิต และแทนที่ด้วย Ref. 5712 ทั้งสองรุ่นนี้มีรูปโฉมแตกต่างจาก Nautilus หมายเลขอ้างอิงอื่น ตรงหน้าปัดที่โชว์พลังสำรองลานที่ 11 นาฬิกา ช่องแสดงวันที่พร้อมมูนเฟสที่ 7 นาฬิกา และช่องแสดงวินาทีที่ 5 นาฬิกา ส่วนอักษร Patek Philippe สลักไว้ที่ 2 นาฬิกา อย่างที่บอกว่าทั้งสองรุ่นนี้มีความคล้ายกัน แต่มีความต่างกันตรงรายละเอียดที่สังเกตได้ตั้งแต่หน้าปัด Ref.3712 มีขนาด 39 มิลลิเมตร / Ref. 5712 มีขนาด 40 มิลลิเมตร ความหนาของตัวเรือน 8.37 มิลลิเมตร (3712) และ 8.52 มิลลิเมตร (5712) รวมถึงการจัดวางหมายเลขวันที่ เครื่องหมายในส่วนเลข 6 และ 7 นาฬิกา ไปจนถึงสายนาฬิกาที่ Ref. 3712 มีลักษณะหนากว่า  

Ref. 5980 – Nautilus โครโนกราฟ และออปชันสองสี

รุ่นนี้ผลิตออกสู่ตลาดในปีเดียวกับ Ref. 5711 และ 5712 เป็นโครโนกราฟเข้าคอนเซ็ปต์ของนาฬิกาหรู ความกว้างหน้าปัดขนาด 44 มิลลิเมตร ความหนาของตัวเรือน 12.2 มิลลิเมตร มีหน้าปัดโครโนกราฟที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และช่องแสดงวันที่ที่ 3 นาฬิกา รุ่นนี้เป็นโครโนกราฟรุ่นแรกในคอลเล็กชัน Nautilus ที่มีให้เลือกออฟชันทั้งสตีลและโรสโกลด์  

Ref. 5726 – Nautilus พร้อมปฏิทินและมูนเฟส

รุ่นนี้ Patek Philippe เพิ่มเติมในส่วนของปฏิทินเข้ามา รวมถึงมูนเฟส แม้จะมีความซับซ้อนของระบบมากขึ้น แต่รุ่นนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความสมมาตรและความแม่นยำ เมื่อแรกเปิดตัวปี 2010 นั้น Ref. 5726 มาพร้อมพื้นหน้าปัดสีเทา ต่อมาในปี 2012 เป็นสีขาว และเมื่อปี 2019 ได้ปรับเปลี่ยนเป็น Ref.5726-1A-014 พื้นหน้าปัดสีน้ำเงิน ส่วนพื้นหน้าปัดสีเทาที่ปัจจุบันยังคงมีอยู่นั้น ได้เพิ่มข้อเลือกเป็นสายหนังด้วย แต่เป็นหมายเลขอ้างอิง 5726A-001  

Ref. 5990 – Nautilus Travel Time Chronograph

เทรนด์ GMT ก็มีปรากฏอยู่ในคอลเล็กชัน Nautilus เหมือนกัน ซึ่ง Patek Philippe เคยใช้ ‘Travel Time’ กับ Calatrava Ref. 2597 ในช่วงทศวรรษ 1960s มาก่อนแล้ว ครั้งนั้นมันสามารถบอกเวลาสองโซน และนาฬิกาจับเวลาสะดวกสบายด้วยปุ่มกด Ref. 5990 เปิดตัวเมื่อปี 2014 เป็น Flyback-Chronograph พร้อมฟังก์ชันเพื่อการเดินทาง ใช้กลไก Caliber CH 28-520 C FUS มีพลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง หน้าปัดขนาด 40.5 มิลลิเมตร มีหน้าจอนาฬิกาจับเวลาเป็นนาทีและวินาที ช่องแสดงวันที่ โซนเวลาที่สอง มีตัวบอกเวลากลางวัน-กลางคืนสำหรับเวลาท้องถิ่นและเวลาที่บ้าน  

Ref. 5740 – Nautilus กับปฏิทินถาวร

ในปี 2018 มีความซับซ้อนครั้งใหญ่เกิดขึ้นครั้งแรกกับ Nautilus ของ Patek Philippe นั่นคือ Ref. 5740 ที่มาพร้อมกับตัวเรือนทองคำขาว และมีปฏิทินแบบถาวร แสดงบนหน้าปัดสามตำแหน่งที่ 3-6-9 นาฬิกา พื้นหน้าปัดสีน้ำเงินที่ดูสดสว่างกว่า Ref.5711 ความซับซ้อนครั้งใหญ่ที่ว่าคือ ความบางเพียง 0.12 มิลลิเมตร และความหนา 8.42 มิลลิเมตร และปฏิทินแบบถาวรของรุ่นนี้เป็นระบบ Perpetual Calendar ที่นอกจากจะบอกวัน-เดือน-ปีแล้ว มันยังคำนวณได้เองว่าเดือนไหนมี 30 วัน หรือ 31 วัน รวมถึงทุกๆ สี่ปีที่เดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วัน นับว่าเป็นระบบที่ซับซ้อนสูงสุดในการผลิตนาฬิกา


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com