นี่จริงใช่ไหม ราชันย์น้ำลึกตัวใหม่ Rolex Deepsea Challenge RLX Titanium

Rolex เปิดตัวราชันย์น้ำลึกคนใหม่ Rolex Deepsea Challenge RLX Titanium ที่ สามารถดิ่งลึกเกินกว่าหนึ่งหมื่นเมตร เผยโฉมสู่พื้นพิภพ หลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นต้นแบบที่เปิดตัวและถูกนำมาใช้ในปี 2012 จากนั้นสิบปีเวียนมาบรรจบ ทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องจริง ของจริง ของคนจริงสายดำน้ำซะแล้ว

ย้อนสายน้ำไหลกลับ ดำดิ่งสู่จุดประวัติศาสตร์

ย้อนสายน้ำกลับไปถึงตัวบรรพบุรุษจุดสตาร์ทในปี 1960 ทางแบรนด์เริ่มภารกิจสำรวจน้ำลึกอันยิ่งใหญ่ เมื่อสองลูกเรือพ่อลูก Jacques Piccard และนาวิกโยธินสหรัฐ Don Walsh นำยานสำรวจน้ำลึกตรีเอสเต (Trieste) ดิ่งสู่เบื้องลึกของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นสถิติสูงสุดประมาณ 10,916  เมตร บริเวณร่องน้ำลึกมาเรียนา

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

บรรพบุรุษของรุ่น ถูกติดอยู่ที่ด้านนอกตัวเรือดำน้ำ ในนาม Deep Sea Special N°3 ปัจจุบันทั้งตรีเอสเตและคุณทวดต้นตระกูล N°3 ถูกจัดแสดงร่วมกันอยู่ที่สถาบัน Smithsonian ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

 

จาก N°3 เมื่อ 1960 ผ่านกาลมาถึง 2012 Rolex สร้างประวัติศาสตร์การสำรวจน้ำลึกอีกครั้ง ภายใต้โปรเจคท์ลือลั่น Deepsea Challenge ร่วมกับนักสำรวจคนใหม่ James Cameron ผู้กำกับภาพยนตร์ขึ้นหิ้ง ในการดิ่งลงสู่ระดับความลึกที่ 10,908 เมตร ก่อนจะมาเป็นต้นกำเนิดราชันย์น้ำลึกตัวใหม่ในวันนี้

 

กำเนิด Oyster Perpetual Deepsea Challenge 126067

ในวาระของการครบรอบ 10 ปีแห่งการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ สาธารณชนยอมสวามิภักดิ์ต่อจอมราชันย์แห่งห้วงมหาสมุทรองค์ใหม่ เรือนเวลาจักรกลออโตเมติกที่สามารถเดินทางไปยังจุดที่ลึกที่สุดของโลก Rolex Oyster Perpetual Deepsea Challenge 126067

 

จอมราชันย์รหัส 126067 ร่างไทเทเนียมทั้งตัว มาพร้อมคุณสมบัติที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะถูกออกแบบให้สามารถทนทุกแรงดันระดับสูงสุดที่มีอยู่บนโลกนี้  พร้อมกลายร่างจากปี 2012 ที่เคยเป็นเรือนเวลาติดอยู่กับแขนกลควบคุมบนเรือดำน้ำของ James Cameron ให้สามารถสวมใส่บนข้อมือคนจริงๆ

 

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ Rolex ผลิตเรือนเวลาจากไทเทเนียมทั้งหมด แม้ว่าจะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 มม. และสูง 23 มม. แต่นาฬิกาก็เบากว่านาฬิการุ่นต้นแบบของ James Cameron ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ มีการปรับปรุงหลายอย่างเพื่อให้สวมใส่ได้ง่ายขึ้น เช่น หน้าปัดแซฟไฟร์คริสตัลบางลง ซึ่งยังคงความน่าประทับใจด้วยความสูง 9.5 มม. แต่ยังเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำได้ลึกสุดใจมากกว่า 11,000 เมตร

 

เกราะและขุมกำลังจอมราชันย์

เพื่อให้ได้ความทนทานต่อแรงดันอย่างเหนือชั้น Rolex จึงต้องคิดค้นนวัตกรรมการสร้างตัวเรือน เช่นเดียวกับรุ่นทดลอง Deepsea Challenge ใหม่ มีระบบ Ringlock ทนต่อแรงบีบอัดที่รุนแรงด้วยวาล์วปล่อยฮีเลียม ตลอดจนเม็ดมะยม Triplock ที่มีโซนปิดผนึกสามโซน และสกรูแบบหนาพิเศษ

 

ทั้งนี้ยังเสริมออปชั่นผนึกฝาหลังสุดแกร่ง โดยร่วมมือกับ Comex (Compagnie Maritime d’Expertises) ทำให้ผ่านการทดสอบเทียบเท่ากับการทนแรงดันน้ำความลึก 13,750 เมตร สำเร็จ เป็นการพัฒนาขึ้นพิเศษ เพื่อมอบแด่ราชันย์คนใหม่โดยเฉพาะ

 

แม้จะใหม่ แต่ราชันย์ยังคงรูปแบบนาฬิกาดำน้ำคลาสสิกของแบรนด์ องค์ประกอบเฟรมหน้าปัดเมทัลลิก มาร์คเกอร์ทองคำขาวและเข็มนาฬิกาเคลือบสารเรืองแสง Chromalight พร้อมนิวพาวเวอร์สูงสุด คาลิเบอร์ 3230 Superlative Chronometer สำรองพลังงาน 70 ชม. และการทำงานของชุดกลไกปล่อยจักร Chronergy Escape ที่มีแค่ Rolex เท่านั้น เป็นผู้ครอบครอง

 

สำหรับจอมราชันย์น้ำลึกตัวใหม่นี้ มีวางจำหน่ายแล้วในร้านบูติกและดีลเลอร์ของ Rolex ทุกแห่ง สนนค่าตัวออกช็อป 925,100 บาท

 

น่าเชื่อว่า 126067  จะเป็นที่ต้องการของนักดำน้ำระดับโปรและนักสะสมทั่วโลก และอาจเป็นจุดเริ่มต้นตำนานบทใหม่ ในการนำนาฬิกาขนาดหน้าปัด 50 มม. มาสวมใส่ในชีวิตจริงได้อย่างสมาร์ทแอนด์คูล

 

FYI : Chronergy Escape ผลิตขึ้นจากนิกเกิล-ฟอสฟอรัส เป็นการผนวกรวมกันของประสิทธิภาพด้านพลังงานอันยอดเยี่ยมและแม่นยำ และไม่เกิดผลกระทบใดๆ เมื่อต้องเผชิญกับการรบกวนจากสนามแม่เหล็ก

 


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com