การกลับมาของโลโก้วินเทจปี 1875: สิ่งที่ทำให้หน้าปัดเรือนนี้ดูขลังขึ้นหลายเท่าคือการเลือกใช้ โลโก้ Moritz Grossmann สไตล์วินเทจแบบดั้งเดิมที่เคยใช้ในปี 1875 มาประดับไว้บนหน้าปัดเงินที่ผ่านเทคนิคการเคลือบด้วยการขัดถู (Silver-plated by friction) พร้อมตัวเลขและสเกลสีเขียวสดใหม่ที่ตัดกันได้อย่างลงตัว

2 วัสดุตัวเรือน กับเข็มที่ออกแบบมาคู่กัน: เพื่อความสมบูรณ์แบบสูงสุด แบรนด์จึงแยกงานดีไซน์เข็มออกเป็น 2 รูปแบบตามวัสดุตัวเรือนทองคำ:
-
- รุ่น White Gold 18K: จับคู่กับเข็มเหล็กทำมือที่ผ่านการเผาไฟจนได้สี Brown-violet (น้ำตาลอมม่วง) อันเป็นสีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำได้ยากและหายากกว่าบลูสตีลทั่วไป
- รุ่น Yellow Gold 18K: มาพร้อมกับ เข็มทองคำ ที่ล้อไปกับสีของตัวเรือนอย่างสง่างามและภูมิฐาน

แกะสลัก “1826” บนหัวใจของกลไก: เมื่อพลิกชมความงามของกลไก Calibre 102.1 ผ่านฝาหลังใส จุดที่ต้องใช้แว่นขยายส่องคือบนสะพานจักรบาลานซ์ (Balance bridge) ที่มีการ แกะสลักตัวเลข “1826” ซึ่งเป็นปีเกิดของ Moritz Grossmann ไว้อย่างประณีตด้วยมือ เพื่อตอกย้ำคุณค่าของวาระครบรอบ 200 ปี

งานขัดแต่งมาตรฐาน Glashütte: กลไกยังคงความเนี้ยบด้วยลายขัด Glashütte stripes สะพานจักรแบบสามส่วนสี่ (3/4 plate) และการใช้ทับทิมประดับในเบ้าทองคำ (Gold chatons) ที่ขัดแต่งอย่างวิจิตรตามขนบการทำนาฬิกาเยอรมันชั้นสูง



Crazy Dial มีเป้าหมายที่จะเป็น Creative StoryTelling สื่อเน้นการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อมูลนาฬิกา สร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ชื่นชอบนาฬิกามือใหม่ รวมถึงนักสะสมนาฬิกามือเก่า ขอบคุณที่มาเป็นส่วนนึง และร่วมแบ่งบันประสบการณ์ไปพร้อมๆกัน กับ Crazy Dial

Line :
Instagram :
Facebook :
Website :
Youtube :
Tiktok :