ซัมเมอร์นี้ Swatch ขอพาหนีความวุ่นวายไปเสพงานอาร์ตและธรรมชาติเขตร้อนกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุด “PAINTED PARADISE” ที่หยิบเอาดีเอ็นเอของไลน์อัปในตำนานอย่าง SWATCH SKIN (สกิน) นาฬิกาโพลีเมอร์ที่บางที่สุดในโลกมาตีความใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Less is More ที่มีขนาดหน้าปัด 34 มม. และความหนาเพียง 4.30 มม. เท่านั้น! ให้ความรู้สึกเบาสบาย โปร่ง และเรียบง่ายราวกับไม่ได้สวมใส่อะไรเลย
คอลเลกชันนี้จัดเต็มความสดใสที่อินสไปร์จากธรรมชาติแบบทรอปิคัล โดยเลือกใช้วัสดุรักษ์โลกอย่าง Biosourced ทั้งตัวเรือนและกระจก มีให้เลือกแมตช์ลุคถึง 4 รุ่น 4 โทนสี ในราคา 4,300 บาททุกรุ่น
PARADISE BLOOM (Plum Berry) – Ref. SS08B106: โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีม่วงเอฟเฟกต์ซันบรัช ตัดกับเข็มนาฬิกาสีชมพูอ่อนเรืองแสง จับคู่กับตัวเรือนและสายสีดำแมตต์ที่แอบเพิ่มความสนุกด้วยการพิมพ์ลายหลากสี

PARADISE MIST (Jelly Mint) – Ref. SS08G111: สดใสรับซัมเมอร์ด้วยหน้าปัดสีเทอร์ควอยซ์ซันบรัชและเข็มสีน้ำเงินเรืองแสง มาพร้อมตัวเรือนและสายสีเทอร์ควอยซ์โปร่งใสเนื้อแมตต์


PARADISE CANOPY (Fluo Green) – Ref. SS08G112: หน้าปัดสีเบจซันบรัชสุดละมุน ตัดกับเข็มเรืองแสงสีเขียวอ่อน ตัวเรือนและสายมาในโทนสีเขียวอ่อนโปร่งใสเนื้อแมตต์ ให้ฟีลลิ่งสดชื่นเหมือนแสงแดดลอดผ่านแมกไม้


PARADISE PETALS (Electric Fuchsia) – Ref. SS08P113: หวานซ่อนเปรี้ยวด้วยหน้าปัดและตัวเรือนโปร่งใสเนื้อแมตต์สีชมพู จับคู่กับเข็มเรืองแสงและลวดลายหลากสีสันบนสายได้อย่างลงตัว


ใครที่อยากเติมสีสันและความมีชีวิตชีวาให้ข้อมือรับซัมเมอร์นี้ ไปสัมผัสเรือนจริงของ “PAINTED PARADISE” กันได้แล้วตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2026 ที่ร้าน Swatch ทุกสาขาและทางออนไลน์ Swatch.com
You’re commenting as Es Nattawut Seethi.
Watch Update
Louis Erard x Alain Silberstein
Smile-Day Blue & Régulateur Tourbillon Blue
╔═════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
╚═════════╝
Louis Erard สานต่อความร่วมมืออันโดดเด่นกับ Alain Silberstein ดีไซน์เนอร์ผู้มีวิสัยทัศน์นอกกรอบ เปิดตัวผลงานนาฬิกาสองรุ่นใหม่ Smile-Day Blue และ Régulateur Tourbillon Blue ภายใต้แนวคิด “การทำให้เวลายิ้มได้” (Making time smile) โดยทั้งสองรุ่นถูกนำเสนอในหน้าปัดลวดลายซันเรย์สีน้ำเงินลุ่มลึกที่สะท้อนเอกลักษณ์การใช้แม่สีสดใสและรูปทรงเรขาคณิตอันเป็นลายเซ็นของ Silberstein ผสานเข้ากับตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 2 และเกรด 5 ที่มอบความเบาสบายและทนทาน พร้อมสายไนลอนสีน้ำเงินแบบระบายอากาศได้ดีที่ออกแบบมาเพื่อความกระชับสูงสุดในการสวมใส่
ความโดดเด่นของคอลเลกชั่นนี้อยู่ที่การผสมผสานกลไกชั้นสูงเข้ากับงานดีไซน์ที่มีชีวิตชีวา โดยรุ่น Smile-Day Blue มาพร้อมฟังก์ชัน “Smiledays” ที่แสดงอารมณ์ของวันผ่านสัญลักษณ์หน้ายิ้ม ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขณะที่รุ่นไฮไลท์อย่าง Régulateur Tourbillon Blue นำเสนอกลไกทูร์บิญองแบบเรกูเลเตอร์ที่พัฒนาโดยช่างนาฬิกาฝีมือเยี่ยม Olivier Mory เผยให้เห็นความแม่นยำของกรงทูร์บิญองที่หมุนวนอย่างสง่างาม พร้อมประสิทธิภาพการสำรองพลังงานนานถึง 100 ชั่วโมง สะท้อนถึงแก่นแท้ของงานช่างนาฬิกาชั้นครูที่เข้าถึงได้จริงในโลกแห่งเรือนเวลาหรู
การเปิดตัวครั้งนี้ยังถือเป็นการเริ่มต้นคอลเลกชั่น “Hall of Fame” ซึ่งเป็นแนวคิดการบริหารจัดการการผลิตรูปแบบใหม่ของ Louis Erard ที่เน้นความสมดุลระหว่างการเป็นคอลเลกชั่นถาวรและการรักษาความพิเศษเฉพาะตัว โดยมีการควบคุมจำนวนการผลิตอย่างเข้มงวดในแต่ละปี โดยรุ่น Smile-Day Blue จะผลิตจำกัดเพียง 250 เรือนต่อปี และรุ่น Tourbillon Régulateur Blue เพียง 50 เรือนต่อปี เพื่อสร้างคุณค่าเชิงการสะสมในระยะยาวและยืนหยัดผ่านกาลเวลาในฐานะผลงานระดับตำนานที่พร้อมจะสร้างความประหลาดใจให้กับนักสะสมทั่วโลกในทุก ๆ ปี
___________
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่… Crazy Dial
You’re commenting as Es Nattawut Seethi.
Watch Update
Vacheron Constantin จัดแสดง La Quête du Temps ครั้งแรกในสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมผลงานชั้นสูงอีกสี่เรือน
╔═════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
╚═════════╝
ภายในงาน Watches & Wonders 2026, Vacheron Constantin เปิดนิทรรศการพิเศษ ณ บูธของเมซง ด้วยการจัดแสดงนาฬิกา 5 เรือนที่สะท้อนขีดสุดแห่งนวัตกรรมและความซับซ้อนของศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลา โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ La Quête du Temps (The Quest for Time) นาฬิกาดาราศาสตร์กลไกออโตมาตอนที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 270 ปีของเมซง ซึ่งหลังจากจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในปี 2025 ครั้งนี้ถือเป็นการเผยโฉมในสวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรก
La Quête du Temps เป็นผลงานที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 7 ปี ผสานงานศิลป์เข้ากับกลไกคอมพลิเคชั่น 22 ฟังก์ชัน พร้อมระบบออโตมาตอนที่ทำงานตามจังหวะดนตรี ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 6,293 ชิ้น และได้รับสิทธิบัตร 15 ฉบับ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่น Métiers d’art – Tribute to the Quest of Time ที่นำเสนอการแสดงผลแบบไบ-เรโทรเกรด กลไกข้างขึ้นข้างแรมสามมิติ และการเคลื่อนที่ของกลุ่มดาวตามวันดาราคติ
นิทรรศการยังรวบรวมผลงานระดับตำนานอีกสามเรือน ได้แก่ Ref. 57260 นาฬิกาพกเจ้าของสถิติโลกปี 2015 กับ 57 คอมพลิเคชั่น, Berkley Grand Complication ปี 2024 ซึ่งกลายเป็นนาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดในโลกด้วย 63 ฟังก์ชัน และการนำปฏิทินถาวรจีนแท้มาใช้เป็นครั้งแรก รวมถึง Solaria Ultra Grande Complication – La Première นาฬิกาข้อมือที่ได้รับการยืนยันในปี 2025 ว่าซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วย 41 คอมพลิเคชั่นและฟังก์ชันดาราศาสตร์ที่ผสานกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสผลงานทั้งหมดได้ที่บูธ Vacheron Constantin ภายในงาน พร้อมการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญของเมซง
___________
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่… Crazy Dial
You’re commenting as Es Nattawut Seethi.
Jewelry Update
แหวน Force 10 ใหม่ กับนิยามความบริสุทธิ์ของเครื่องประดับไอคอนิกจาก FRED
╔═════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
╚═════════╝
เมซง FRED เผยโฉมแหวน Force 10 ขนาดใหม่ เพื่อตอกย้ำดีไซน์สุดไอคอนิกของคอลเล็กชั่น Force 10 ผ่านการนำบักเคิลมาถ่ายทอดอีกครั้งลงบนแหวนขนาด Medium รังสรรค์ขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์สีเยลโลว์โกลด์ ไวท์โกลด์ และพิงก์โกลด์ หรือในตัวเรือนที่ประดับเพชรพาเว่ที่เปล่งประกายดุจแสงระยิบระยับ เส้นโค้งของดีไซน์ยังได้รับการปรับให้โค้งมนอย่างมีมิติ เหลี่ยมมุมปรับใหม่ให้คมชัดยิ่งขึ้น พร้อมขับเน้นรายละเอียดของจุดยึดของตัวเรือนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น สะท้อนอิสรภาพและความเรียบง่ายแต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหรา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Force 10 ได้อย่างงดงาม
___________
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่… Crazy Dial
You’re commenting as Es Nattawut Seethi.
Watch Spotlight
OMEGA ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก เมื่อ Mondo Duplantis สร้างสถิติโลก World Record ครั้งที่ 15 พร้อม Seamaster Aqua Terra Ultra Light
╔═════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
╚═════════╝
OMEGA ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างศาสตร์แห่งการจับเวลาและโลกกรีฑาระดับสูงอีกครั้ง เมื่อ Mondo Duplantis นักกระโดดค้ำถ่อระดับตำนาน ยังคงเขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำลายสถิติโลกครั้งที่ 15 ของตัวเอง ด้วยความสูง 6.31 เมตร ในการแข่งขัน Mondo Classic 2026 ที่เมืองอุปซอลา ประเทศสวีเดน
ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ดังกล่าว Duplantis สวมใส่นาฬิกา OMEGA Seamaster Aqua Terra Ultra Light รุ่นหน้าปัดสีน้ำเงิน ขนาด 41 มิลลิเมตร ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาระดับอาชีพโดยเฉพาะ ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Gamma Titanium ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ พร้อมหน้าปัด Grade 5 Titanium ช่วยลดน้ำหนักโดยรวมเพื่อความคล่องตัวสูงสุดระหว่างการแข่งขัน
เรือนเวลารุ่น Ultra Light ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาสปอร์ตที่สะท้อนแนวคิด “performance-driven watchmaking” ของ OMEGA ได้อย่างชัดเจน ด้วยการผสานความทนทานเข้ากับน้ำหนักที่เบาอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับการใช้งานจริงในสนามแข่งขัน ไม่ใช่เพียงเครื่องประดับนอกสนาม
นอกจากสถิติโลกครั้งล่าสุดแล้ว Duplantis ยังสร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในรายการ World Athletics Indoor Championships ที่เมืองโทรุน ประเทศโปแลนด์ ด้วยการคว้าแชมป์กระโดดค้ำถ่อในร่มเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมสถิติการแข่งขันใหม่ที่ระดับ 6.25 เมตร โดยยังคงสวมใส่ Seamaster Aqua Terra Ultra-Light (Ref. 220.92.41.21.06.001)
ขณะเดียวกัน Simon Ehammer นักกีฬาทีม OMEGA อีกหนึ่งราย ยังคว้าแชมป์โลกประเภทเฮปทาธลอน พร้อมทำคะแนนสถิติใหม่ที่ 6,670 คะแนน ตอกย้ำความสำเร็จของเหล่า OMEGA Ambassadors บนเวที athletics ระดับโลก
___________
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่… Crazy Dial
You’re commenting as Es Nattawut Seethi.

Crazy Dial มีเป้าหมายที่จะเป็น Creative StoryTelling สื่อเน้นการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อมูลนาฬิกา สร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ชื่นชอบนาฬิกามือใหม่ รวมถึงนักสะสมนาฬิกามือเก่า ขอบคุณที่มาเป็นส่วนนึง และร่วมแบ่งบันประสบการณ์ไปพร้อมๆกัน กับ Crazy Dial


Line :
Instagram :
Facebook :
Website :
Youtube :
Tiktok :