จับเทรนด์นาฬิกา 2020

เดือนแรกปี 2020 ผ่านพ้นไปแล้ว และเป็นอะไรที่หนักอึ้งของชาวโลกกันเลยทีเดียว กับปัญหาการแพร่ขยายของไวรัส Covid-19 ที่มีแต่เสียวกับทรุดอย่างที่เป็นอยู่ ก็หวังว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนทั้งการควบคุมและรักษาจะดีขึ้นในเร็ววัน แต่ที่แน่นอนชัวร์ๆ คือเรื่องทรนด์นาฬิกา 2020 ซึ่งทาง ‘Crazy Dial’ นำข้อมูลอัพเดตมาฝากให้เหล่าวอร์ชเนิร์ดทั้งหลายได้เสพกันอย่างเต็มสุข

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

สายเมทัล

ที่พูดคงไม่ใช่แนวดนตรีร็อคแน่นอน แต่เรากำลังพูดถึงนาฬิกาสายโลหะหรือสแตนเลสต่างหาก เห็นได้จากปรากฏการณ์นาฬิกาหรูแนวสปอร์ตสายโลหะที่เกิดขึ้น และยังคงร้อนแรงต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งเกิดจากความนิยมในรุ่น ‘Nautilus’ ของ Patek Philippe และรุ่น ‘Royal Oak’ ของ Audemars Piguet ทั้งสองรุ่นออกแบบและสร้างขึ้นในปี 1970 โดย Gerald Genta และถือเป็นจุดเปลี่ยนให้นาฬิกาสายโลหะอันโดดเด่นมีมูลค่ามากมายมหาศาลอย่างที่เป็นอยู่ กล่าวได้ว่าช่วงสองสามปีให้หลังมานี่ ทั้งสองรุ่นแทบจะหาซื้อไม่ได้จากร้านค้าปลีกทั่วไป อย่างน้อยที่สุดคุณต้องเข้าแถวรอ Waiting List สำหรับสิทธิจองซื้อถึงประมาณ 10 ปี แต่คุณก็สามารถซื้อเลยวันนี้ ถ้ามีเงินถึงยอมจ่ายค่าพรีเมี่ยมในราคาสูงลิบลิ่ว (ราวๆ ประมาณ 250% ตามราคาอ้างอิงมาตรฐานสำหรับ 5711 Nautilus เป็นต้น)

สีเขียวเหนี่ยวทรัพย์

ประเด็นนี้เกิดจากสองสิ่งควบคู่กันไป หนึ่ง เราคาดว่าจะเห็นสายข้อมือ เข็ม และตัวเรือน สีเขียวพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิวัฒนการตามธรรมชาติด้านไลฟ์สไตล์ในการเพิ่มทางเลือกของผู้ใช้ให้มากขึ้น ตามข้อเท็จจริงที่ว่า ตอนนี้มีเพียงสีน้ำเงิน สีดำ และสีขาวเป็นมาตรฐานหลักเท่านั้น และสอง คือ เราจะได้เห็นความเอาใจใส่ในเรื่องความยั่งยืนภายในอุตสาหกรรมนาฬิกามากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์รักษ์โลก โดยก่อนหน้านี้มีเพียง Chopard เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ริเริ่มกระแส Sustainability และในปี 2020 กระแสความยั่งยืนที่ว่ากำลังจะปรับเปลี่ยนวงการนาฬิกาหรู และ Supply Chain ทั้งหมด

เร็วและแน่นอน

บทเรียนหนึ่งที่อุตสาหกรรมนาฬิกาหรูได้เรียนรู้จากอุตสาหกรรมแฟชั่นและสตรีทแวร์ คือ ประโยชน์ของกำหนดการการปล่อยตัวสินค้าที่แน่นอน และระยะเวลาอันรวดรวดเร็วเพื่อวางจำหน่ายหลังจากเปิดตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดีมากในการสร้างความคาดหมายและการเผยแพร่โฆษณา หากเทียบกับเมื่อก่อนที่ แต่ละแบรนด์มักทำการเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ๆ ภายในงาน Watch Fair ใหญ่ แค่เพียงสองงานเท่านั้น ยกตัวอย่างรุ่น ‘Speedy Tuesday’ ของ OMEGA ที่เปิดตัวผ่านอินสตราแกรม และหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาทีผ่านการจองบนออนไลน์

มิกซ์กันมันส์กว่า

ช่วงยุค ‘80 แนวโน้มของนาฬิกาหรูนั้น เน้นแบบทูโทนสไตล์ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโลหะและทองคำ เพื่อสนองรสนิยมเหล่าคนเมืองผู้ประสบความสำเร็จเท่านั้น (เหล่า Yuppy ผู้อวดรวย) ผ่านพ้นนานทศวรรษ รสนิยมห่วยๆ นี้จะเสื่อมสลายไป พร้อมกับการแทนที่ด้วยรสนิยมของความแตกต่างทั้งรูปลักษณ์และไลฟ์สไตล์ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Tudor แบรนด์โอลด์แฟชั่นรุ่นคุณปู่ แม้ยังเป็นทูโทนที่คุ้นเคย แต่ตบแต่งเพิ่มสีทองให้ละมุนนุ่มนวลขึ้น ขณะที่แบรนด์อื่นๆ เลือกจับคู่วัสดุที่ต่างไปเพื่อรับเทรนด์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ORIS ในรูปแบบของโลหะและบรอนซ์ ขณะที่ Ulysse Nardin ผู้ออกแบบงานสไตล์อาว็อง-การ์ด นำเสนอนาฬิการูปลักษณ์สปอร์ตด้วยตัวเรือนคาร์บอนสีดำเคลือบด้วยทองคำ เป็นต้น เอาล่ะครับทั้งหมดคือสิ่งที่เราจะได้เห็นในแวดวงนาฬิกาหรูภายในปีนี้ ส่วนจะมีอะไรเปลี่ยน ปรับ แปลง หรือเพี้ยนไปบ้าง เวลาเท่านั้นจะเป็นผู้ให้คำตอบครับ


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com