ตำนานปีกนกของ BREITLING ที่ทุกน่านฟ้าจดจำ

ตราสัญลักษณ์ปีกนกของ Breitling บ่งบอกถึงความแม่นยำและความพิเศษอย่างแท้จริง นาฬิกาทุกรุ่นผ่านการรับรองและมีตราประทับคุณภาพสูงสุดจากผู้ผลิตนาฬิกาสวิส รวมถึงการรับรองจาก COSC เป็นเครื่องหมายของสินค้านาฬิกาหรูในกลุ่มราคาระดับบนภายใต้ชื่อ Breitling ที่นับเป็น Must Have ของบรรดาคนรักนาฬิกา

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

               การถือกำเนิดของ Breitling ไม่ได้มาจากความบังเอิญ ความหรูหรามีราคาล้วนมาจากเหตุผล เครื่องหมายการค้าที่สำคัญที่สุดของนาฬิกาคือ กลไกคาลิเบอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและการทำงานที่แม่นยำ ตัวเรือนที่แข็งแกร่งได้รับการออกแบบขึ้นสำหรับผู้ชื่นชอบนาฬิกา หน้าปัดพิเศษของ Breitling ช่วยให้อ่านค่าได้อย่างไร้ที่ติและวับวาวเหนือชั้น โลโก้ Breitling ถูกสลักด้วยงานฝีมือ นอกจากนั้นนาฬิกาโครโนกราฟและอุปกรณ์กลไกของนาฬิกายังติดตั้งแซฟไฟร์คริสตัลป้องกันรอยขีดข่วน พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านอีกด้วย

 

Crazy Dial พาคุณย้อนกลับไปทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของสุดยอดนาฬิกาสปอร์ตหรูสัญชาติสวิสกัน

 

เลออง ไบรท์ลิง (Leon Breitling) ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาขึ้นในแซงติมิเยร์ เมืองเล็กๆ ในแคว้นฌูราของสวิตเซอร์แลนด์ เขาจัดอยู่ในกลุ่มผู้คิดค้นนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรกๆ ที่เริ่มพัฒนานาฬิกาจับเวลาแบบคลาสสิกตั้งแต่ปี 1884 และเข้าไปมีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาและการแข่งขันรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุด

 

เมื่อกัสตอง ไบรท์ลิง (Gaston Breitling) ผู้เป็นลูกชาย เข้ามารับช่วงกิจการต่อในปี 1915 Breitling ก็เปิดตัวนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟเรือนแรกของโลกสู่ตลาด ขณะเดียวกันก็ยังพัฒนาอุปกรณ์คำนวณและจับเวลาสำหรับติดตั้งบนอากาศยานอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการขนานนามเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์จับเวลาและนาฬิกาสำหรับนักบิน มีผลงานนวัตกรรมและสร้างชื่อให้ตัวเองด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจำนวนมาก

 

กัสตองเสียชีวิตอย่างกะทันหันในเดือนกรกฎาคม 1927 วิลลี ไบรท์ลิง (Willy Breitling) ซึ่งเป็นลูกชาย ขณะนั้นเพิ่งอายุ 14 ปี ยังไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะรับช่วงต่อจากพ่อ จึงต้องให้คนนอกเข้าบริหารต่อนานถึงห้าปี กระทั่งปี 1932 เมื่อวิลลีเข้ามาดำเนินงานสืบต่อ เขาก็ผลักดันให้ Breitling ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอากาศยานอย่างเต็มตัว

 

Breitling กลายเป็นแบรนด์ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับกองทัพอากาศ นักบิน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 1936 ยังกลายเป็นผู้ผลิตนาฬิกาให้กับกองทัพอากาศสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ รวมถึงผลิตนาฬิกาประจำตัวนักบินของฝูงบินที่มีชื่อเสียงอย่าง Thunderbird ของสหรัฐอเมริกา, Red Arrows ของอังกฤษ, Patrouille de France กองบินสดุดีของกองทัพอากาศฝรั่งเศส และ Frecce Tricolori สัญลักษณ์ลูกศรสามสีของกองทัพอากาศอิตาลี หรือนักบินสมัครเล่นอย่างจอห์น ทราโวลตา-ดาราฮอลลีวูด ก็ยังสวมใส่ Breitling Chronomat เข้าฉากในหนังเรื่อง ‘From Paris with Love’ ด้วย

 

นอกจากนั้น Breitling ยังมีชื่อเสียงกับ ‘Breitling Jet Team’ ของตนเองอีกด้วย ไม่เพียงแต่จะคิดค้นนวัตกรรมเพื่ออากาศยานเท่านั้น หากยังลุ่มหลงและทุ่มเทให้กับการบินด้วย บ่อยครั้งที่ทีมงานของแบรนด์ได้เข้าร่วมกับกองทัพทำการบินโชว์ในวาระต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สัญลักษณ์ของแบรนด์จะเป็นปีกนก

 

Breitling Chronomat

Chronomat เป็นนวัตกรรมนาฬิกาที่ Breitling ผลิตให้กับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในปี 1942 ชื่อรุ่นเป็นคำผสมผสานระหว่าง Chronograph และ Mathematic เป็นการคิดค้นที่ซับซ้อนและใช้ระบบกลไก Caliber 11 Chronomatric กระทั่งกลายเป็นต้นแบบสำหรับนาฬิการุ่นต่อๆ มา ไม่ว่า Professional, Navitimer, Chronomat, Superocean, Avenger, Transocean, Galactic, Superocean Héritage, Montbrillant หรือ Colt ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีเรื่องราวและกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน Breitling Chrono Avenger เคยถูกนำไปเข้าฉากในหนัง ‘Blood Diamond’ ที่มีลีโอนาร์โด ดิคาปริโอแสดง และเป็นอีกรุ่นที่มีชื่อเสียงของ Breitling เคียงคู่กับ Navitimer และ Chronomat

 

Breitling Caliber 11

ต้นแบบนาฬิกาโครโนกราฟกลไกอัตโนมัติเรือนแรกของ Breitling เผยตัวในปี 1968 และเป็นที่รู้จักภายใต้คำจำกัดความของ Chronomatic Caliber 11 ที่มีชื่อเสียงของแบรนด์ ต่อมาจึงมีการพัฒนาเป็น Buren 12 Caliber อันเป็นชื่อของบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนากลไกนาฬิกาอัตโนมัติ ปลายปี 2007 มีการผลิตนาฬิกาโครโนกราฟแบบจำกัดจำนวนออกมาโดยใช้กลไกบูเรนคาลิเบอร์ต้นฉบับเวอร์ชัน 12

 

Breitling Navitimer

นาฬิการุ่นคลาสสิกที่มีชื่อเสียงที่สุดรุ่นหนึ่งของ Breitling โดยเฉพาะรุ่นต้นแบบที่ใช้กลไกคาลิเบอร์ 01 นั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์บทสำคัญของแบรนด์ไปแล้ว เพราะเป็นการพัฒนากลไกโครโนกราฟอัตโนมัติที่มีชื่อเสียงที่สุดในแวดวงอากาศยานระดับโลก นาฬิกาข้อมือโครโนกราฟ Breitling Navitimer เรือนแรกเปิดตัวในปี 1952 และสิบปีต่อมาได้พัฒนาเป็นเวอร์ชันสำหรับนักบินอวกาศ เพื่อให้สก็อตต์ คาร์เพนเตอร์ (Scott Carpenter) นักบินหน่วยปฏิบัติการ Mercury-Atlas 7 ใช้ระหว่างเดินทางรอบโลกสามรอบกับยาน Aurora 7

 

นอกจากนั้น Navitimer ยังได้รับการกล่าวถึงในแง่ของดีไซน์ มีการพัฒนา ปรับเปลี่ยนขนาด รูปโฉม และผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 1969 ได้เริ่มใช้กลไกอัตโนมัติ ตามมาด้วยฟังก์ชันหลากหลาย จนถึงรุ่น Retro

 

แม้จะประสบภาวะวิกฤตในช่วงทศวรรษ 1970s เหมือนเช่นแบรนด์อื่นๆ ทว่าวิลลี ไบรท์ลิงยังคงยึดแนวทางเดิม ไม่ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามกระแสของ ‘ควอตซ์’ แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ กอปรกับลูกชายทั้งสองคนของเขา-เกรกอรี (Gregory) และอแลง (Alain) ยังเด็กเกินไปและไม่ประสีประสากับธุรกิจ จึงทำให้วิลลีต้องตัดสินใจหยุดกิจการ

 

แต่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงในเดือนเมษายน 1979 เขาได้ขายทอดกิจการให้กับเออร์เนสต์ ชไนเดอร์ (Ernest Schneider) ผู้ซึ่งเป็นทั้งช่างนาฬิกาและนักบิน ให้เป็นคนดูแลมรดกของ Breitling สืบต่อไปจนถึงปี 2017 ก่อนขายหุ้นให้กับ CVC Capital Partners บริษัทการเงินและการลงทุนยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ที่มีจอร์จส์ เคิร์น (Georges Kern) อดีตผู้บริหารหมวดนาฬิกาของ Richemont มารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Breitling

 

เดือนพฤศจิกายน 2018 เธโอดอร์ ชไนเดอร์-ทายาทของเออร์เนสต์ ขายหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้กับ CVC ในที่สุด และหุ้นบางส่วนนั้นจอร์จส์ เคิร์นมีในครอบครองด้วย


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com