Omega x Swatch คอลเลกชั่น MoonSwatch มองเหตุผล ที่ทำให้คน Crazy (Dial) อีกครั้ง

ภาพโกลาหลราวจลาจลย่อมๆ เช้าวันวานของผู้คนจำนวนมาก แห่ไปต่อคิวตามช็อป Swatch 3 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาไอคอนสยาม และสาขาสยามพารากอน เพื่อต้องการซื้อ MoonSwatch งานคอแลปส์ Swatch X Omega (จำหน่ายเพียงสาขาละ 100 เรือนเท่านั้น) จนถึงต้องประกาศยกเลิกการขายหน้าช็อปไป ที่ไม่ใช่แค่ไทยแต่ลามไปทั่วเอเชีย

╔════════════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
https://lin.ee/wKkm5PM
╚════════════════╝

อะไรเป็นเหตุให้ MoonSwatch ทำให้ผู้คน Crazy ขนาดนี้ Crazy Dial จะพาไปหาเหตุผลกัน

 

MoonSwatch ครั้งแรก เมื่อไฮเอนด์แบรนด์หลอมสตรีทแบรนด์รวมเป็นหนึ่ง

โลกย่อมรู้ตำนาน Speedmaster ของนาฬิกาไฮเอนด์แบรนด์อย่าง Omega นั้น เป็นหนึ่งในตองอูแห่งโลกนาฬิกาหรู จนถูกยกให้เป็นไอคอนิกของแบรนด์อย่างไร้ข้อกังขา ในฐานะเป็นเรือนเวลาบนข้อมือของนักบินอวกาศ สำหรับการไปเยือนดวงจันทร์จากโครงการ Apollo และถือเป็นแบรนด์เดียวของโลกเลยก็ว่าได้

 

ด้าน Swatch แม้จะอยู่รอบนอกโลกนาฬิกาหรูมาโดยตลอด แต่หากนับความเป็นสตรีทแบรนด์ ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิส ตั้งแต่กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1983 และใช้เวลาเพียงสามสิบกว่าปี เปลี่ยนจากนาฬิกาพลาสติกที่คนสวิสไม่ยอมรับ จนมีผู้นิยมชมชอบอยู่จำนวนมากทั่วโลกอย่างเช่นทุกวันนี้ ก็จัดว่าแบรนด์มีดีกรีศักดิ์ศรีไม่ธรรมดา

 

เมื่อ Swatch นำวัสดุที่เป็นสิทธิบัตรอย่าง Bioceramic มาผสานเข้ากับเอกลักษ์ของ Speedmaster อย่าง สเกลทาคีมิเตอร์และหน้าปัดย่อย ก่อเกิดเป็นความลงตัว ระหว่างแบรนด์หรูและสตรีทแบรนด์แห่งโลกนาฬิกาสวิสสองฟากต่างขั้วขึ้นเป็นครั้งแรก จึงยากนักที่ใครต่อใครจะอดใจไหว

 

เรือนเวลาแห่งสีสัน มหัศจรรย์แห่งดาวเคราะห์ทั้ง 11 ดวง

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น 9 เดือนก่อนหน้านั้น เมื่อ Raynald Aeschlimann ประธานและ CEO ของ Omega ประชุมร่วมกับ Carlo Giordanetti ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Swatch และ Gregory Kissling หัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Omega ในโปรเจคท์ที่จะนำเอกลักษณ์ของทั้ง 2 แบรนด์ มาอยู่ในเรือนเวลาเดียวกัน

 

บทสรุปจึงเกิดเรือนเวลาโลกต้องจำอย่าง ‘MoonSwatch’ ภายใต้รูปแบบและสีสันที่ดูสนุกสนานตามจุดเด่นของ Swatch บนคราบความหรูหราของ Speedmaster อยู่ในที

 

Speedmaster MoonSwatch เผยโฉมมาให้เลือกกันทั้งหมดถึง 11 แบบ 11 ชื่อ (ตามชื่อของดวงดาว) ต่างเฉดสีกันดังนี้

  1. สีเหลือง ‘Mission to the Sun’
  2. สีเทา ‘Mission to the Mercury’
  3. สีชมพู ‘Mission to the Venus’
  4. สีเขียว ‘Mission on Earth’
  5. สีดำ ‘Mission to the Moon’ (นับเป็นรุ่นที่หน้าตาคล้าย Speedmaster มากที่สุด)
  6. สีแดง ‘Mission to the Mars’
  7. สีบรอนซ์เทา ‘Mission to the Jupiter’
  8. สีเบจ ‘Mission to the Saturn’
  9. สีฟ้า ‘Mission to the Uranus’
  10. สีน้ำเงิน ‘Mission to the Neptune’
  11. สีครีมและแดงเบอร์กันดี ‘Mission to the Pluto’

 

นอกจากนี้ Omega x Swatch ยังมาพร้อมสายรัดข้อมือแบบ Velcro Strap ซึ่งเป็นแบบเดียวกับนักบินอวกาศ Apollo สวมใส่ ขณะที่ฝาครอบแบตเตอรี่สลักภาพดาวเคราะห์แต่ละดวงเอาไว้อีกด้วย

 

ดีไซน์ได้ ราคาโดน แบรนด์ดัง จะไม่ปังได้ไง

8,700 บาท ตามราคาหน้าเว็บไซต์ กับคุณค่าทั้งงานดีไซน์ บวกสตอรี่พราวๆ ของแบรนด์ และอย่างที่บอกไปนี่เป็นความสุดขั้วสองฟากของโลกนาฬิกาสวิส กับการคอแลปส์ครั้งแรกของ Omega x Swatch จึงไม่น่าแปลกใจหนักที่เราจะได้เห็นภาพโกลาหลที่เกิดขึ้นดังกล่าว แถมเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บ้านเราเท่านั้น อย่างที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ ก็ชุลมุนไม่เบาเลย

 

อย่างไรก็ตามความ Crazy ก็ควรมีสติกันบ้างนิดหนึ่ง เรา Crazy Dial อยากเตือนไว้ เข้าใจล่ะ ของดี ราคาสบายกระเป๋า ใครๆ ก็อยากได้ แว่วมาว่า ตอนนี้ราคาจะพุ่งขึ้นไปถึง 4-5 เท่าตัวแล้วก็ตาม อยากให้ใจร่มๆ ไว้ก่อน

 

เหตุเพราะ MoonSwatch ไม่ได้ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด หรือเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น พูดง่ายๆ ของมีเติมตลอด จะปล่อยให้ใครได้ไปก่อนก็คงไม่เป็นไร สถานการณ์คลายฝุ่นตลบเมื่อไรค่อยไปสอยก็ได้ ถ้าไม่กลัวตกเทรนด์

 

เพราะหากเทียบการ Waiting List หรือซื้อพ่วง ของแบรนด์ระดับท็อปๆ แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แลดูเบาไปเลยจริงๆ แต่ความสนใจ Omega Speedmaster จะเพิ่มขึ้นไปอีกหรือไม่ ต้องรอดูกัน


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแวดวงนาฬิกาได้ที่นี่…

Crazy Dial – The Watch Community

Line : @crazydial

Instagram : crazydial.official

Facebook : crazydial.official

Website : www.crazy-dial.com