หากพูดถึงแบรนด์นาฬิกาอิสระ (Independent Watchmaker) ที่มีคาแรกเตอร์สปอร์ตดุดัน ล้ำสมัย และกล้าฉีกกรอบเดิมๆ ชื่อของ CVSTOS ต้องอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ล่าสุดเราได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน Exclusive Touch & Try ที่บูติก SHH Pendulum งานนี้บอกเลยว่าพิเศษสุดๆ เพราะคุณ Stephan Kunz (สเตฟาน คุนซ์) Managing Director ของแบรนด์ บินตรงจากสวิตเซอร์แลนด์หอบเอาคอลเลกชันระดับ Masterpiece และรุ่นหายากมาให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิดบนข้อมือ
CrazyDial ขออาสาพาไปรีแคปและเจาะลึกกันทีละเรือนครับ
1. สีสันจัดจ้าน & วัสดุสุดล้ำ (Purity Sapphire & Carbon)
เริ่มกันที่แก๊ง Challenge Purity Sapphire ที่โชว์ความใสทะลุปรุโปร่งของตัวเรือนแซฟไฟร์ เพื่ออวดความงามของกลไกสเกเลตันด้านใน งานนี้ขนมาให้ลองครบๆ ถึง 4 สีจัดจ้าน ทั้ง แดง เหลือง ส้ม และฟ้า เป็นความท้าทายทางวิศวกรรมวัสดุศาสตร์ที่ทำออกมาได้มีมิติและสวยงามมาก
ถัดมาคือตัวลุยสายสปอร์ต Challenge Purity “K. Khachanov” รุ่นนี้ตั้งชื่อตาม Karen Khachanov ยอดนักเทนนิสชาวรัสเซีย ไฮไลต์คือตัวเรือนคาร์บอนไฟเบอร์ลวดลายเฉพาะตัว น้ำหนักเบาหวิวแต่ทนทานสุดๆ จับคู่กับสายยางสีแดงเดือด ใส่ขึ้นข้อแล้วเท่ตะโกน!

2. สปอร์ตสเกเลตัน โชว์กลไกเน้นๆ (Challenge Jetliner PS)
มาถึงคู่หูที่หลายคนสะดุดตาอย่างตระกูล Challenge Jetliner PS (Petite Seconde) ที่เน้นความสปอร์ต ทะมัดทะแมง และโชว์กลไกหน้าปัดสเกเลตันแบบลึกซึ้ง งานนี้เราได้ลองทาบพร้อมกันถึงสองเวอร์ชัน ตัวแรกมาในโทนสีน้ำเงินเข้มทั้งตัวเรือนและสายยาง ตัดด้วยหมุดและเข็มเรดโกลด์ ส่วนอีกตัวเป็นความคลาสสิกของตัวเรือนสตีลจับคู่สายยางสีเทา เป็นคู่ที่ให้ฟีลลิ่งสปอร์ตหรูและใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายมาก

3. สายลักชัวรี หรูหราประกายเพชร (Metropolitan)
ใครสายหรูต้องจบที่ตระกูล Metropolitan ครับ งานนี้เราได้สัมผัสรุ่นตัวเรือน 5N Red Gold ที่ประดับเพชรแบบจัดเต็ม (Fully Paved) ฝังเพชรแน่นๆ ตั้งแต่หน้าปัดไปจนถึงข้อสาย สะท้อนแสงไฟในบูติกแบบกระแทกตา และอีกรุ่นที่มาคู่กันคือเวอร์ชัน Chronograph ตัวเรือนเรดโกลด์ที่มาพร้อมหน้าปัดสเกเลตันสีน้ำเงิน ตัดกับเพชรน้ำงามที่ฝังล้อมรอบขอบหน้าปัด เป็นความสลับซับซ้อนที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

4. จิตวิญญาณแห่งท้องทะเล (Sealiner)
หนีความวุ่นวายลงเรือยอร์ชกันบ้างกับคอลเลกชัน Challenge Sealiner ที่ดึงเอาดีเอ็นเอของท้องทะเลมาไว้บนข้อมือ งานนี้เราได้จับตัวเรือน Blue Sapphire สีน้ำเงินใสแจ๋ว ที่มองทะลุไปเห็นดีเทลหน้าปัดและงานตกแต่งที่ชวนให้นึกถึงดาดฟ้าเรือยอร์ช

5. ที่สุดแห่งความซับซ้อน & ศิลปะป๊อปอาร์ต
ปิดท้ายด้วยสองเรือนไฮไลต์ เริ่มที่ Double Tourbillon จักรกลเวลาที่นำกรงทูร์บิญงแบบคู่มาจัดวางไว้บนหน้าปัด เผยให้เห็นมิติความลึกและการทำงานของกลไกแบบ 3 มิติ โชว์ศักยภาพการเป็นผู้ผลิตระดับ Haute Horlogerie ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และเรือนสุดท้ายคือผลงานสายอาร์ต Challenge Jetliner ที่คอลแลบกับ Tetsuji Aoyama ศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่น โดยนำลวดลายศิลปะสไตล์ Pop Art สีสันสดใสมาวาดลงบนหน้าปัด ผสานความดุดันของ CVSTOS เข้ากับความขี้เล่นของงานศิลปะได้อย่างมีเอกลักษณ์

ต้องขอบคุณ SHH Pendulum และคุณ Stephan Kunz ที่เปิดโอกาสให้ชาว CrazyDial ได้สัมผัสเครื่องบอกเวลาระดับโลกอย่างใกล้ชิด สำหรับใครที่อยากชมความประณีตของ CVSTOS สามารถแวะไปสัมผัสความล้ำสมัยนี้ได้ที่ SHH Pendulum สยามพารากอน ชั้น M ครับ!

Crazy Dial มีเป้าหมายที่จะเป็น Creative StoryTelling สื่อเน้นการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อมูลนาฬิกา สร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ชื่นชอบนาฬิกามือใหม่ รวมถึงนักสะสมนาฬิกามือเก่า ขอบคุณที่มาเป็นส่วนนึง และร่วมแบ่งบันประสบการณ์ไปพร้อมๆกัน กับ Crazy Dial


Line :
Instagram :
Facebook :
Website :
Youtube :
Tiktok :