Hublot ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ใจกลางราชประสงค์ด้วยการเปิดบูติกสุดล้ำ ณ เกษร อัมรินทร์ ชั้น 2 อย่างเป็นทางการครับ วันนี้ทีมงาน Crazydial เลยขอพาบุกบ้านใหม่ที่ตกแต่งอย่างมีมิติด้วยวัสดุไม้ตัดกับพื้นผิวสีดำและสตีลขัดเงา พร้อมไปจับเรือนจริงที่กำลังเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่ในขณะนี้!
Classic Fusion Titanium Retroverse (The Hour Glass Exclusive)
พระเอกของงานที่ทำเอาเราหยุดมองไม่ได้คือผลงานคอลแลบบพิเศษกับ The Hour Glass ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ด้วยกลไก “เดินทวนเข็มนาฬิกา” (Counter-clockwise) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของความทรงจำและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42 มม. (หนา 10.4 มม.) มาในผิวรมดำขัดด้านที่ให้ฟีลลิ่งเก๋าและขลังตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่ ยิ่งจับคู่กับหน้าปัดไล่เฉดสีผิวเกรน และเข็มเคลือบโรเดียมขัดเงา ยิ่งขับให้อารมณ์ของกาลเวลาดูมีเสน่ห์สุดๆ ในส่วนของกลไกใช้กลไกอัตโนมัติ HUB1105 ที่พัฒนาขึ้นพิเศษ ประกอบด้วยชิ้นส่วน 63 ชิ้น สำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง และรุ่นนี้จัดเต็มให้สายมาถึง 2 เส้น คือสายหนังลูกวัวและสายหนังจระเข้ในโทนสีที่แมตช์กับหน้าปัด พร้อมตัวล็อกสายสเตนเลสสตีลขัดด้านเคลือบสีดำ เสริมลุคให้ดูดิบเท่ขึ้นไปอีก
ความเอ็กซ์คลูซีฟ: ผลิตจำกัดเพียงสีละ 30 เรือน (น้ำเงิน, เขียว, เทา) ในราคา 406,000 บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่บูติก PMT The Hour Glass รวมถึงบูติก The Hour Glass ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เท่านั้น

นอกจากตัว Retroverse แล้ว ในบูติกยังมีเรือนไฮไลท์ที่ทีมงานได้ลองสัมผัสแล้วประทับใจมาก:
— Big Bang Novak Djokovic GOAT Edition: เราได้ลองตัวเรือนสีน้ำเงินมาแล้วครับ อิมแพ็คแรงมาก! ความเจ๋งคือวัสดุคอมโพสิตที่ทำจากแร็กเก็ตและเสื้อเชิ้ตของโนวัคจริงๆ ทำให้น้ำหนักเบาหวิวแต่ดูแกร่ง สมศักดิ์ศรีเจ้าของสถิติแชมป์แกรนด์สแลม 24 สมัย

– Coal Blue & Sage Green: คู่หูจากงาน LVMH Watch Week เมื่อต้นปีก็มาครบ ทั้ง Big Bang Coal Blue สีน้ำเงินเข้มลุ่มลึกที่ดูสปอร์ตพรีเมียม และ Classic Fusion Sage Green สีเขียวอมเทาที่ดูโมเดิร์นและเรียบหรู ใส่เข้ากับชุด Casual ได้ง่ายมาก
บูติกใหม่ที่เกษร อัมรินทร์ ไม่ได้มีดีแค่ความสวยครับ แต่ยังมี Immersive Table ให้เราได้ลองสัมผัสวัสดุศาสตร์เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ ทั้งทองคำกันรอย เซรามิกสีสด และแซฟไฟร์แบบใกล้ชิด

และข่าวดีสุดๆ สำหรับนักสะสม! ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Hublot ยกระดับการรับประกันยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี (รับประกันพื้นฐาน 5 ปี + ขยายเพิ่มผ่านโปรแกรม Hublotista อีก 5 ปี) ใครที่อยากเห็นว่าความวินเทจของ Titanium Retroverse เวลาอยู่บนข้อมือจะเท่ขนาดไหน หรืออยากลองความเบาของรุ่น Novak แนะนำว่าต้องรีบไปสัมผัสด้วยตัวเองครับ!

Crazy Dial มีเป้าหมายที่จะเป็น Creative StoryTelling สื่อเน้นการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อมูลนาฬิกา สร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ชื่นชอบนาฬิกามือใหม่ รวมถึงนักสะสมนาฬิกามือเก่า ขอบคุณที่มาเป็นส่วนนึง และร่วมแบ่งบันประสบการณ์ไปพร้อมๆกัน กับ Crazy Dial


Line :
Instagram :
Facebook :
Website :
Youtube :
Tiktok :