Bvlgari กลับมาสร้างความฮือฮาในงาน Watches and Wonders 2026 อีกครั้งด้วยการตอกย้ำภาพลักษณ์ “ช่างอัญมณีแห่งกาลเวลา” (Roman High-Jeweler) ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมที่เน้นความเล็กและบางเฉียบระดับโลก ซึ่งรอบนี้มีเรือนเวลาที่ “ขโมยซีน” และ “แย่งใจ” ทั้งสายสปอร์ตหรูและสายจิวเวลรี่ไปเต็มๆ
╔═════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
LINE : @crazydial
╚═════════╝



ไฮไลท์ที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกคือการปฏิวัติขนาดของตระกูล Octo Finissimo ที่รอบนี้มาในขนาด 37 มม. ซึ่งถือเป็นขนาดที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับคนที่มองหานาฬิกาแนว Sartorial ที่ใส่เข้ากับชุดสูทหรือแจ็คเก็ตได้เนียนกริบ ความเจ๋งคือแม้จะตัวเรือนเล็กลงแต่ยังคงความบางเฉียบอันเป็นซิกเนเจอร์ไว้ได้ และยังอัปเกรดกลไกใหม่ให้สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นความสมดุลระหว่างสุนทรียศาสตร์และวิศวกรรมที่ลงตัวที่สุดเรือนหนึ่งในงานเลยครับ

ทางฝั่งสุภาพสตรี Bvlgari ก็ส่ง Serpenti Studs มาประชันความงาม โดยเป็นการนำเอาดีไซน์กำไลข้อมือ “Tubogas” มาตีความใหม่ในวัสดุ Gold and Steel ตัวเรือนสตีลขนาด 35 มม. ตัดกับขอบตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ที่ประดับเพชร 38 เม็ด หน้าปัดทำจากหินมาลาไคต์ (Malachite) สีเขียวมรกตที่ดูมีพลังและน่าค้นหา นอกจากนี้ยังมีเรือนเวลาชั้นสูงอย่าง Serpenti Aeterna ที่ประดับเพชรและแซฟไฟร์แบบจัดเต็ม เป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริงและสะท้อนความหรูหราแบบอิตาเลียนขนานแท้

ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจในงานปีนี้ครับ เพราะไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามภายนอก แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีกลไกที่บางจนน่าทึ่ง


Crazy Dial มีเป้าหมายที่จะเป็น Creative StoryTelling สื่อเน้นการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อมูลนาฬิกา สร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ชื่นชอบนาฬิกามือใหม่ รวมถึงนักสะสมนาฬิกามือเก่า ขอบคุณที่มาเป็นส่วนนึง และร่วมแบ่งบันประสบการณ์ไปพร้อมๆกัน กับ Crazy Dial

Line :
Instagram :
Facebook :
Website :
Youtube :
Tiktok :