Tudor เปิดตัวสมาชิกใหม่ตัวจี๊ดแห่งคอลเลกชัน Black Bay Chrono 39 “Bumblebee” ที่มาพร้อมหน้าปัดสีเหลืองตัดดำสุดโดดเด่น สานต่อความกล้าหาญฉีกกฎเกณฑ์เคียงข้างรุ่นพี่อย่างหน้าปัดสี “Pink” และ “Flamingo Blue” แต่ครั้งนี้มาในสัดส่วนใหม่ที่กะทัดรัดและลงตัวยิ่งกว่าเดิม
╔═════════╗
กดรับข่าวสารก่อนใครที่นี่
╚═════════╝
️ ไซส์ใหม่ 39 มม. เพรียวบางขึ้น: ปรับโฉมตัวเรือนสเตนเลสสตีลใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัดลงที่ 39 มม. และมีความหนาเพียง 13.1 มม. (ระยะ Lug-to-lug 47 มม.) ทำให้สวมใส่สบายและเข้ากับข้อมือได้หลากหลายขนาดมากขึ้น
️ อัปเกรดดีเทลหน้าปัดและปุ่มกด: ปรับรายละเอียดเข็ม Snowflake ใหม่เพื่อให้อ่านค่าบนหน้าปัดย่อยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และปุ่มกดจับเวลาแบบขันเกลียวที่มาพร้อมลวดลาย Knurling แบบใหม่ (MK2) ช่วยให้จับถนัดมือกว่าเดิม
️ สาย 3 ข้อต่อใหม่ & ตัวล็อก T-fit: ถือเป็นทีเด็ดเลยครับ กับสายสเตนเลสสตีลแบบ 3 ข้อต่อดีไซน์ใหม่ที่ขัดแต่งด้านข้างอย่างเรียบเนียน มาพร้อมตัวล็อกสายแบบ TUDOR “T-fit” ที่สามารถปรับเลื่อนขยายความยาวสายได้อย่างรวดเร็ว ให้ความพอดีในทุกสภาพอากาศ โดยยังคงประสิทธิภาพการกันน้ำระดับโปรที่ 200 เมตรเอาไว้เช่นเคย
️ ขุมพลังจับเวลาสุดแกร่ง: ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Manufacture Calibre MT5813 โครงสร้าง Column-wheel ควบคู่กับ Vertical clutch ให้การกดจับเวลาที่แม่นยำและนุ่มนวล ทนทานสนามแม่เหล็กด้วยชิ้นส่วนสายใยซิลิคอน ผ่านการรับรอง COSC และสำรองพลังงานยาวนานถึง 70 ชั่วโมง
Tudor พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาสามารถหยิบเอา DNA ของนาฬิกาดำน้ำมาผสานเข้ากับจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างลงตัว เจ้า “Bumblebee” เรือนนี้ไม่ได้มีดีแค่สีสันที่เตะตา แต่การลดไซส์ลงมาเหลือ 39 มม. พร้อมใส่ตัวล็อกสายแบบ T-fit เข้ามา ถือเป็นการแก้ Pain point และอัปเกรดความสบายในการขึ้นข้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Crazy Dial มีเป้าหมายที่จะเป็น Creative StoryTelling สื่อเน้นการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อมูลนาฬิกา สร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ชื่นชอบนาฬิกามือใหม่ รวมถึงนักสะสมนาฬิกามือเก่า ขอบคุณที่มาเป็นส่วนนึง และร่วมแบ่งบันประสบการณ์ไปพร้อมๆกัน กับ Crazy Dial